คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดชี้สองสถาน โจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ชำระค่าภาษีหลังจากฟ้องคดีแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่า คดีนี้ โจทก์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลตามมาตรา 31 แล้ว และโจทก์ได้ทำให้เป็นที่พอใจศาลแล้วว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประเมินได้ชำระค่าภาษีทั้งสิ้นซึ่งถึงกำหนดชำระ เพราะเวลาซึ่งท่านให้ไว้ตามมาตรา38 ยังไม่สิ้นหรือจะถึงกำหนดชำระระหว่างคดียังอยู่ในศาล โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศง 2475 มาตรา 39 วรรคแรก บัญญัติว่า "ถ้ามีผู้ยื่นฟ้องต่อศาลตามความในมาตรา 31 ท่านห้ามมิให้ศาลประทับเป็นฟ้องตามกฎหมายเว้นแต่จะเป็นที่พอใจศาลว่า ผู้รับประเมินได้ชำระค่าภาษีทั้งสิ้นซึ่งถึงกำหนดต้องชำระ เพราะเวลาซึ่งท่านให้ไว้ตามมาตรา 38 นั้นได้สิ้นไปแล้ว หรือจะถึงกำหนดชำระระหว่างที่คดียังอยู่ในศาล" จากบทบัญญัติดังกล่าว ย่อมหมายความว่า โจทก์จะมีอำนาจฟ้องต่อเมื่อโจทก์ได้ชำระค่าภาษีทั้งสิ้นก่อนแล้ว ไม่ว่ากำหนดระยะเวลาการชำระค่าภาษีตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 38 ได้สิ้นสุดลงแล้วก่อนโจทก์ฟ้องคดีหรือจะสิ้นสุดลงในระหว่างที่คดียังอยู่ในศาลก็ตาม กรณีของโจทก์คดีนี้
แม้กำหนดชำระค่าภาษีตามมาตรา 38 ยังไม่สิ้นสุดในขณะยื่นฟ้องก็ตาม ก็เป็นกรณีที่ถึงกำหนดชำระระหว่างที่คดียังอยู่ในศาลซึ่งมาตรา 39 ก็บัญญัติให้โจทก์ต้องชำระเสียก่อนยื่นฟ้องคดีเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำแถลงรับของคู่ความว่า ขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ โจทก์ยังมิได้ชำระค่าภาษีดังกล่าว แต่เพิ่งมาชำระหลังจากได้ยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว ดังนั้นโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง..."
Result
พิพากษายืน.