Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4788/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้ประกันตนถูกนายจ้างเลิกจ้าง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2543 ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ต่อไปอีก 6 เดือน คือถึงวันที่ 31 มกราคม 2544 สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 7 อนุมัติให้เป็นผู้ประกันตนต่อไปตามมาตรา 39 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2544 และให้ส่งเงินสมทบภายในวันที่ 1 ถึง 15 มีนาคม 2544 โจทก์ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้ประกันตนนำส่งเงินสมทบแต่เจ้าหน้าที่ของจำเลยปฏิเสธที่จะรับชำระเงินสมทบ ครั้นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2544 ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายดังนี้ สำนักงานประกันสังคมจะปฏิเสธจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีตายโดยอ้างว่าผู้ประกันตนถึงแก่ความตายหลังจากสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างเกิน 6 เดือน โดยผู้ประกันตนไม่ได้ส่งเงินสมทบหนึ่งเดือนภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนถึงแก่ความตายไม่ได้ เพราะโจทก์ได้แสดงความจำนงขอชำระเงินสมทบงวดแรกตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544 แล้ว เป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคมเองที่ไม่ยอมรับ สำนักงานประกันสังคมจึงต้องจ่ายเงินประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 587/2544 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2544 และพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีตายเป็นเงินค่าทำศพและเงินสงเคราะห์ตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 พร้อมด้วยดอกเบี้ยตามกฎหมายนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 7 ฉบับลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2544 คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 587/2544 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2544 และให้จำเลยจ่ายเงินประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73 ให้แก่โจทก์ โดยให้หักเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมงวดเดือนกุมภาพันธ์ 2544 ออกจากเงินที่ต้องจ่ายแก่โจทก์ด้วย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางว่า นางสาวสุนันท์เคยเป็นลูกจ้างของบริษัท โพลาริส ชิปปิ้ง แอนด์ ทรานสปอร์ต จำกัด และเป็นผู้ประกันตนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 33 โดยจ่ายเงินสมทบมาตลอด เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2543 ผู้ประกันตนถูกรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บและได้รับการรักษาพยาบาลเรื่อยมา ต่อมานายจ้างเลิกจ้างผู้ประกันตนโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2543 วันที่ 27 ธันวาคม 2543 ผู้ประกันตนมอบอำนาจให้โจทก์สมัครเป็นผู้ประกันตนต่อไปตามมาตรา 39 สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 7 อนุมัติเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2544 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2544 และให้ส่งเงินสมทบภายในวันที่ 1 ถึง 15 มีนาคม 2544 ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544 โจทก์ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้ประกันตนแสดงความจำนงขอส่งเงินสมทบ แต่เจ้าหน้าที่ของจำเลยปฏิเสธไม่รับโดยจะให้ชำระได้ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 15 มีนาคม 2544 ต่อมาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2544 ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย

โจทก์ยื่นคำร้องขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 7 ปฏิเสธการจ่ายประโยชน์ทดแทน อ้างว่าผู้ประกันตนถึงแก่ความตายภายหลังจากสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างเกินระยะเวลา 6 เดือน ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 38 โจทก์อุทธรณ์ คณะกรรมการอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ผู้ประกันตนมิได้ส่งเงินสมทบหนึ่งเดือนภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนถึงแก่ความตาย จึงไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบหนึ่งเดือนภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนถึงแก่ความตาย อันจะพึงมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73 หรือไม่ กรณีความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงเนื่องจากผู้ประกันตนสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างนั้น พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 38 วรรคสอง บัญญัติให้ผู้ประกันตนที่ได้ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนเวลาที่จะก่อให้เกิดสิทธิตามบทบัญญัติในลักษณะ 3 แล้วมีสิทธิตามกฎหมายในฐานะเป็นผู้ประกันตนต่อไปโดยอัตโนมัติอีก 6 เดือนนับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง และเมื่อครบกำหนด 6 เดือนนี้แล้ว ถ้าผู้ประกันตนประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไป มาตรา 39 วรรคหนึ่ง

บัญญัติให้ผู้ประกันตนต้องแสดงความจำนงต่อสำนักงานประกันสังคมภายใน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน เมื่อได้แสดงความจำนงถูกต้องตามหลักเกณฑ์ในบทบัญญัติข้างต้นแล้วก็จะเป็นผู้ประกันตนต่อไปทันทีอย่างไม่ขาดตอน โดยผู้ประกันตนมีหน้าที่ตามมาตรา 39 วรรคสาม ที่จะต้องนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเดือนละครั้งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปด้วย ส่วนสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีตายของผู้ประกันตนดังกล่าวจะเกิดขึ้นต่อเมื่อได้ปฏิบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขในบทบัญญัติมาตรา 73 แล้ว กล่าวคือ ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่านางสาวสุนันท์ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนเวลาที่จะก่อให้เกิดสิทธิตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว

ก็ย่อมมีสิทธิตามกฎหมายในฐานะเป็นผู้ประกันตนต่อไปอีก 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง (วันที่ 1 สิงหาคม 2543) โดยอัตโนมัติ นั่นคือ จะมีสิทธิเป็นผู้ประกันตนต่อไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2544 และเมื่อครบกำหนดนี้แล้ว นางสาวสุนันท์ผู้ประกันตนซึ่งประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อไปก็ได้ปฏิบัติตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง โดยยื่นแสดงความจำนงต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 7 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2543 ภายในกำหนด 6 เดือนนับแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2543 อันเป็นวันที่สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน และได้รับอนุมัติจากสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 7 ให้มีผลเป็นผู้ประกันตนต่อไปได้นับแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2544 นางสาวสุนันท์จึงเป็นผู้ประกันตนต่อไปทันทีนับแต่บัดนั้น

ส่วนการที่มาตรา 39 วรรคสาม บัญญัติไว้ว่า ให้ผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่ง นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเดือนละครั้งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป บทบัญญัติดังกล่าวมีความหมายเพียงว่า ให้ผู้ประกันตนนำส่งเงินสมทบเดือนละครั้ง โดยให้นำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ซึ่งจะเป็นวันที่เท่าใดก็ได้แต่ต้องภายในวันที่ 15 มิได้กำหนดว่าจะต้องเริ่มนำส่งตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดไปแต่อย่างใด ฉะนั้นการที่นางสาวสุนันท์ผู้ประกันตนซึ่งได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ประกันตนต่อไปตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2544 ขอชำระเงินสมทบงวดแรกในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544 จึงมีสิทธิกระทำได้ แม้ตามประกาศของผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 7 จะระบุไว้ในข้อ 1 ว่า ให้ชำระเงินสมทบภายในวันที่ 1 ถึง 15 มีนาคม 2544 ก็ไม่ตัดสิทธิของผู้ประกันตนที่จะขอชำระเงินสมทบประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2544 ภายในเดือนนั้นได้

การที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยปฏิเสธไม่ยอมรับเงินสมทบจากผู้ประกันตนย่อมเป็นความผิดพลาดบกพร่องของฝ่ายจำเลยเอง และกรณีต้องถือว่านางสาวสุนันท์ผู้ประกันตนได้ปฏิบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขของมาตรา 73 ย่อมเกิดสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีตายแล้ว โจทก์ในฐานะมารดานางสาวสุนันท์ผู้ประกันตนซึ่งเป็นบุคคลที่มาตรา 73 ดังกล่าวกำหนดไว้ให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีตายชอบที่จะได้รับเงินค่าทำศพและเงินสงเคราะห์จากกองทุนประกันสังคมตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
อรพินท์ เศรษฐมานิต · พันธาวุธ ปาณิกบุตร · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายกิตติพงษ์ ศิริโรจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3307/2567

พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 76 บัญญัติว่า "ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพต่อเมื่อผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเดือน ไม่ว่าระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบเ…

Supreme Court Judgment No. 2512/2559

พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ไม่มีบทบัญญัติกำหนดให้สำนักงานประกันสังคมมีหนังสือเตือนผู้ประกันตนที่ผิดนัดชำระเงินสมทบเสียก่อนจึงจะถือว่าขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้ประกันตามมาตรา 39 โจทก์ซึ่งเป็นผู้ประกันตนต…

Supreme Court Judgment No. 15114/2558

พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มีเจตนารมณ์เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ลูกจ้างผู้ประกันตนและบุคคลอื่น บทบัญญัติมาตราใดที่กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกันตนหรือบุคคลอื่นจะต้องสิ้นสิทธิจึงต้องตีความอย่างเคร่งครัด ตามมาต…

Supreme Court Judgment No. 3656/2557

เงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายและเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตายนั้น พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ได้บัญญัติให้จ่ายแก่บุคคลตามมาตรา 73 (2) และทายาทผู้มีสิทธิตามมาตรา 77 จัตวา…

Supreme Court Judgment No. 776/2553

คำว่า "ทายาท" ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 77 หมายถึง ทายาทที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น มิได้หมายความรวมถึงทายาทตามความเป็นจริงด้วย เมื่อโจทก์เป็นบิดาตามความเป็นจริง แต่มิใช่เป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up