Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 484/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านเป็นไปเพื่อการจัดทำประโยชน์สาธารณะต่าง ๆ แก่ชุมชนคนในหมู่บ้าน จำเลยและกรรมการซึ่งรวมทั้งพยานโจทก์จำเลยเข้ามาเป็นกรรมการดำเนินการร่วมกันก็ด้วยต่างมีจิตอาสา การพูดจาหามติกันในหมู่กรรมการก็เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุนเป็นสำคัญ ในการประชุมเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณกลางที่รัฐบาลจัดสรรมาให้ มีการเสนอในที่ประชุมว่าให้นำเงินดังกล่าวมาทำป้ายของกองทุนหมู่บ้าน ที่ประชุมได้แสดงความเห็นกันว่าไม่สามารถหาเงินส่วนใดของกองทุนหมู่บ้านมาเสริมได้ จำเลยซึ่งเป็นประธานที่ประชุมเสนอว่าปีกไม้เล้าไก่ของจำเลยมีให้ไปเลือกเอามาใช้ แต่เมื่อที่ประชุมทักท้วงว่าการเสนอของจำเลยไม่ถูกต้องจำเลยก็เงียบไป ตามพฤติการณ์ที่จำเลยพูดดังกล่าว เป็นการเสนอแนะโดยเจตนาจะแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นเท่านั้น ส่วนการที่จำเลยไปหาเสียงโดยการแจกแผ่นพับที่บ้านที่มีผู้อยู่อาศัย 5 คน ซึ่งบริเวณรอบ ๆ หมู่บ้านนั้นมืด มีคนพูดว่าถนนมันมืด ถ้าเป็น อ.บ.ต. แล้วให้เอาไฟมาติดตั้ง จำเลยบอกว่า เมื่อจำเลยเป็น อ.บ.ต. แล้วจะนำไฟแสงเทียนมาติดตั้งตามบริเวณหมู่บ้านโดยจะติดตั้งที่บริเวณเสาไฟฟ้าสาธารณะ ก็เป็นการหาเสียงทั่วไป มิใช่เสนอประโยชน์แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะเจาะจง มิได้มีลักษณะเป็นการให้หรือเสนอจะให้ทรัพย์สินสิ่งใดเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่ตน

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 Section 57 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 Section 118

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 4, 5, 57, 118 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57, 118 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี และปรับกระทงละ 20,000 บาท รวม 2 กระทง จำคุก 2 ปี และปรับ 40,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 10 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดดังฟ้องทั้งสองกระทงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ สำหรับกระทงแรก โจทก์มีนางโสภา ซึ่งขณะเกิดเหตุได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชัยนาทให้เป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำหมู่บ้าน ทางด้านประชาสัมพันธ์ และนายอนันศักดิ์ กับนางงามพิศ เป็นพยานเบิกความสรุปว่า กลางเดือนมิถุนายน 2546 เวลา 18 นาฬิกา มีการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านท้องที่เกิดเหตุที่มีกรรมการ 9 คน โดยจำเลยเป็นประธานที่ประชุม และพยานทั้งสามซึ่งก็เป็นกรรมการได้ร่วมประชุมด้วย ในวันดังกล่าวเป็นการประชุมเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณกลางของรัฐบาลที่จัดสรรมาให้ประมาณ 1,000 บาท

มีการเสนอในที่ประชุมให้นำเงินดังกล่าวมาทำป้ายของกองทุนหมู่บ้าน ที่ประชุมได้แสดงความเห็นกันว่าไม่สามารถหาเงินส่วนใดของกองทุนหมู่บ้านมาเสริมได้ จำเลยจึงเสนอที่ประชุมว่าปีกไม้ที่เล้าไก่ของจำเลยมีให้ไปเลือกเอามาใช้ แต่ในที่ประชุมมีการทักท้วงว่าการเสนอของจำเลยไม่ถูกต้อง จำเลยก็เงียบไป ปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านก็ยังไม่มีป้าย โดยโจทก์มีบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของพยานทั้งสามมาสนับสนุนคดี ส่วนจำเลยมีจำเลยและนางสมจิตร ผู้จดรายงานการประชุมกับนายสมาน กรรมการกองทุนหมู่บ้านที่เข้าร่วมประชุมด้วยเบิกความนำสืบว่าหลังจากที่มีการประชุมเสร็จแล้วว่าจะนำเงิน 1,000 บาท ดังกล่าวมาทำป้ายของกองทุนหมู่บ้าน ต่อมามีการพูดคุยกันในเรื่องเกี่ยวกับปีกไม้

จำเลยพูดว่าจะต้องหาปีกไม้มาทำป้าย ปีกไม้มีอยู่ที่ฟาร์มไก่ของจำเลยให้ไปดูเอา เมื่อจำเลยพูดจบมีผู้พูดขึ้นว่า กลัวจะผิดกฎหมายพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง ที่ประชุมก็เงียบ เหตุที่จำเลยให้ไปดูปีกไม้ดังกล่าวก็โดยมีจุดประสงค์เพื่อประหยัดงบประมาณ ปัจจุบันยังไม่ได้จัดทำป้ายกัน ดังนี้ จึงรับฟังได้ตามคำพยานโจทก์ว่าหลังจากที่ประชุมกรรมการหมู่บ้านมีมติให้นำเงินประมาณ 1,000 บาท ที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลมาไปทำป้ายกองทุนหมู่บ้าน และปรากฏว่าเงินดังกล่าวไม่พอจัดทำ จำเลยได้พูดเสนอว่าปีกไม้ที่เล้าไก่ของจำเลยมีให้ไปเลือกเอามาใช้ แต่นางโสภาพยานโจทก์ทักท้วงว่าการเสนอดังกล่าวของจำเลยผิดกฎหมายเลือกตั้งจึงไม่มีการจัดทำตามมตินี้

เห็นว่า การประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านนั้นเป็นไปเพื่อการจัดทำประโยชน์สาธารณะต่าง ๆ แก่ชุมชนคนในหมู่บ้าน จำเลยและกรรมการซึ่งรวมทั้งพยานโจทก์จำเลยดังกล่าวเข้ามาเป็นกรรมการดำเนินการร่วมกันก็ด้วยต่างมีจิตอาสา การพูดจาหามติกันในหมู่กรรมการก็เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุนเป็นสำคัญ ตามพฤติการณ์ที่จำเลยซึ่งเป็นประธานเป็นผู้นำพูดจาดังกล่าว ย่อมเห็นได้ว่าเป็นการเสนอแนะโดยเจตนาจะแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นเท่านั้น ดังได้ความจากคำเบิกความของนายอนันศักดิ์พยานโจทก์เองที่อธิบายว่า การที่จำเลยเสนอดังกล่าวก็เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ แต่เมื่อมีผู้ทักท้วง จำเลยก็ไม่ได้นำปีกไม้มาทำป้ายดังกล่าว และแม้แต่นางโสภาเองซึ่งเป็นกรรมการการเลือกตั้งประจำหมู่บ้านด้วยก็มิได้ถือสาหาเอาเป็นข้อผิดกฎหมายนำไปร้องเรียนอย่างใดเลย

ส่วนที่นางโสภาเบิกความต่อไปว่า จำเลยพูดด้วยว่าอย่าลืมกันเน้อ ซึ่งนางโสภาอธิบายแปลความหมายว่า เมื่อจำเลยให้ไม้กระดานหรือปีกไม้แล้ว ขอให้ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลแก่จำเลยด้วยนั้น พยานโจทก์ปากนายอนันศักดิ์ก็ดี นางงามพิศก็ดีต่างยืนยันว่าไม่ได้ยินว่าจำเลยพูดดังกล่าวด้วย เป็นอย่างเดียวกับพยานจำเลยทุกปากซึ่งรวมทั้งนายสมานผู้สมัครรับเลือกตั้งและได้คะแนนเลือกตั้งลำดับถัดจากจำเลยที่รับรองว่าจำเลยไม่ได้พูดเช่นนั้น เช่นนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดกระทงแรกตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ส่วนการกระทำความผิดกระทงหลังซึ่งจำเลยนำสืบปฏิเสธว่าไม่ได้ไปหาเสียงนั้น

โจทก์มีเพียงนางโสภาเบิกความว่า เหตุเกิดหลังจากการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์ เวลาประมาณ 19 นาฬิกา จำเลยไปหาเสียงโดยการแจกแผ่นพับที่บ้านของพยานมีคนอยู่อาศัย 5 คน ซึ่งบริเวณรอบ ๆ หมู่บ้านนั้นมืด ปู่ของพยานพูดว่าถนนมันมืด ถ้าเป็น อบต. แล้วให้เอาไฟมาติดตั้ง จำเลยบอกว่า เมื่อจำเลยเป็น อบต. แล้วจะนำหลอดไฟมาติดให้ และตอนท้ายจำเลยพูดว่า อย่าลืมเลือกผมนะ แต่พยานตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า ในขณะที่จำเลยไปหาเสียงนั้นที่บ้านของพยานยังไม่มีเสาไฟฟ้า บ้านของพยานยังพ่วงไฟฟ้าจากบ้านอื่นมาใช้ จำเลยพูดว่าจะนำไฟแสงเทียนมาติดตั้งตามบริเวณหมู่บ้านโดยจะติดตั้งที่บริเวณเสาไฟฟ้าสาธารณะ ซึ่งย่อมเห็นได้ว่าเป็นการหาเสียงทั่วไป

มิใช่เสนอประโยชน์แก่พยานและคนในบ้านพยานโดยเฉพาะเจาะจงดังได้ความจากนางโสภาที่ตอบคำถามค้านทนายจำเลยแสดงความคิดเห็นต่อไปอีกว่า คำพูดของจำเลยดังกล่าวเป็นนโยบายของจำเลยเหมือนกับเป็นการหาเสียงทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่สำคัญขณะนั้นก็ยังไม่มีเสาไฟฟ้าสาธารณะบริเวณใกล้กับบ้านของนางโสภาด้วย ดังข้อความจริงที่นายอนันศักดิ์พยานโจทก์เองอีกปากซึ่งยืนยันว่า ก่อนการเลือกตั้งนั้น บ้านของนางโสภาต้องพ่วงไฟฟ้ามาใช้จากบ้านหลังอื่น เพราะขณะนั้นยังไม่มีเสาไฟฟ้าสาธารณะติดตั้ง ซึ่งสอดรับกับหลักฐาน คำร้องขอใช้ไฟฟ้าของนางโสภาที่เพิ่งไปยื่นขอใช้ในวันที่ 11 มกราคม 2548 บ่งบอกว่าการพูดจาหาเสียงดังกล่าวของจำเลยตามที่นางโสภาอ้าง มิได้มีลักษณะเป็นการให้หรือเสนอจะให้ทรัพย์สินสิ่งใดเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่ตน อันจะเป็นการกระทำความผิดในกระทงหลังตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมา ซึ่งศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

Matter details

Panel of judges
พินิจ สายสอาด · วิจิตร วิสุชาติ · สุรศักดิ์ วิมลรัตน์
Lower court
ศาลจังหวัดชัยนาท - นายชัยพร วัฒนสุทธิ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิทยา จิตกาญจน์
Supreme Court black case no.
อ.3500/2551
Trial court black case no.
อ1556/2547
Trial court red case no.
อ1192/2549
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 13545/2556

ในการโฆษณาหาเสียงของจำเลยทั้งสิบสองมีการเล่นดนตรีพื้นบ้านประเภทสะล้อซอซึง บนรถยนต์บรรทุกในขบวนรถหาเสียง การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มจาวเชียงคำยืนปราศรัยอยู่บนรถยนต์บรรทุกหกล้อ โดยมีจำเลยที่ 2…

Supreme Court Judgment No. 4123/2550

ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 32 ข้อ 3 บัญญัติว่า บรรดาบทบัญญัติใดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นฯ ที่ขัดหรือแย้งกับปร…

Supreme Court Judgment No. 5379/2561

พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยในส่วนของคดีอาญาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง แม้คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน 2 ชุด จะมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยว่าเป็นความผิดหร…

Supreme Court Judgment No. 15732/2558

ในการพิพากษาคดีแพ่งศาลต้องพิจารณาตามหลักเรื่องภาระการพิสูจน์และการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักดีกว่ากัน เมื่อทางนำสืบของโจทก์มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหา…

Supreme Court Judgment No. 12761/2558

การฟ้องผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งให้รับผิดชำระค่าเสียหายที่เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งใหม่ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 99 วรรคหนึ่ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up