คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าเดิมโจทก์ลักพา พ.บุตรีจำเลยไปในฐานชู้สาว และโจทก์ได้แต่งเถ้าแก่ ไปขมาสู่ขอต่อจำเลย ๆ เรียกเอาเงิน ๖๐๐ บาท และยอมรับขะมายก พ.ให้เป็นภรรยาโจทก์แล้ว ต่อมาจำเลยล่อลวงเอาพ. ไปเสียจากโจทก์ และ พ. หนีตามชายอื่นไป โจทก์จึงฟ้องเรียกเงิน ๖๐๐ บาท คืนจากจำเลย ศาลเดิมตัดสินให้จำเลยคืนเงิน ๖๐๐ บาท
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์กับ พ.เป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เงิน ๖๐๐ บาทที่โจทก์นำไปขะมาต้องถือเสมือนว่าเป็นสินสอดได้แก่บิดามารดาหญิงตามประกาศเรื่องสินสอดทองหมั้น ร.ศ.๑๑๙ ข้อที่จำเลยล่อลวง พ.มาเสีย และ พ.หนีตามชายอื่นไป โจทก์ต้องว่ากล่าวกันในฐานชายชู้และผู้ชักสื่อจะเรียกเงินคืนจากจำเลยไม่ได้ จึงตัดสินกลับให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาตัดสินยืนตาม(หริศ-ศรี-นล)ศาลชั้นต้น - หลวงวุฒิการเนติชัยศาลอุทธรณ์ - พระยาราคีภา