Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4851/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 24 และ 25 การที่บุคคลล้มละลายจำนองที่ดินของตนแก่ผู้รับจำนองเพื่อเป็นประกันหนี้ของผู้อื่นภายหลังที่ศาลได้พิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว เป็นการกระทำเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้อันมีผลผูกพันในที่ดินที่จะต้องถูกบังคับคดีในที่สุดหากไม่ชำระหนี้ และฝ่าฝืนต่อกฎหมายเพราะไม่ได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ นิติกรรมจำนองจึงตกเป็นโมฆะ มิใช่กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องเข้าว่าคดีแพ่งอันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลตามบทบัญญัติดังกล่าวด้วย แม้หากการกระทำของลูกหนี้จะเป็นการละเมิดต่อโจทก์และมีหนี้ที่จะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ แต่หนี้ดังกล่าวก็เกิดขึ้นภายหลังที่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว โจทก์ไม่มีอาจนำมาขอยื่นรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 27,91 และ 94 โจทก์ชอบที่จะฟ้องลูกหนี้เป็นจำเลยโดยตรง โจทก์จะฟ้องเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นจำเลยแทนลูกหนี้หาได้ไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้มีอำนาจจัดการทรัพย์สินของนายประพนธ์นำเงินจากกองทรัพย์สินของนายประพนธ์มาชดใช้ให้แก่โจทก์จำนวน 31,338,452.05 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน18,600,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำแถลงข้อเท็จจริงว่า ที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายอ้างมูลละเมิดของนายประพนธ์ ประทีป ณ ถลาง บุคคลล้มละลายซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่12 ธันวาคม 2534 อันเป็นเวลาภายหลังที่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของนายประพนธ์เด็ดขาดแล้ว จึงเป็นมูลหนี้ที่ต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 94 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และไม่มีผลกระทบถึงทรัพย์สินที่อยู่ในอำนาจจัดการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

ทั้งมิใช่กรณีคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลในขณะที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องเข้าว่าคดีตามมาตรา 25 กรณีจึงไม่อยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะเข้าว่าคดีแพ่งอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า มูลหนี้ตามฟ้องเกิดจากการกระทำละเมิดของนายประพนธ์ ประทีป ณ ถลาง ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังจากศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้นายประพนธ์เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จึงเป็นหนี้ที่ต้องห้ามมิให้โจทก์ขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 จึงไม่มีผลกระทบถึงทรัพย์สินของนายประพนธ์ที่อยู่ในอำนาจจัดการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในอันที่โจทก์จะฟ้องเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ในฐานะผู้มีอำนาจจัดการทรัพย์ของนายประพนธ์เป็นคดีนี้ ที่ศาลสั่งรับฟ้องของโจทก์ไว้จึงเป็นการสั่งโดยผิดหลง

อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27 ประกอบด้วยมาตรา 18 จึงมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมเป็นสั่งไม่รับฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลแก่โจทก์ทั้งหมดโจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังยุติได้ว่า ศาลแพ่งมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของนายประพนธ์ ประทีป ณ ถลาง เด็ดขาดในคดีหมายเลขแดงที่ ล.34/2531 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2531 และพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ 26 มกราคม2532 ขณะนี้ยังไม่พ้นภาวะล้มละลายดังกล่าว ต่อมาวันที่ 12 ธันวาคม 2534 อันเป็นเวลาภายหลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของนายประพนธ์เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลายดังกล่าว

นายประพนธ์ได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 1172 และ 16224 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้ของผู้มีชื่อไว้แก่ธนาคารยูโอบี รัตนสิน จำกัด (มหาชน)ในวงเงิน 18,600,000 บาท ซึ่งต่อมาธนาคารดังกล่าวได้โอนสิทธิและหน้าที่รวมทั้งหลักประกันที่มีต่อลูกหนี้ทั้งหมดให้แก่โจทก์ มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการเดียวว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนายประพนธ์หรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ว่า มูลหนี้ตามฟ้องของโจทก์นั้น แม้จะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของนายประพนธ์เด็ดขาดแล้ว แต่ฟ้องโจทก์ดังกล่าวเป็นการเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องมาจากบุคคลล้มละลายกระทำละเมิด จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22(3)มิใช่เป็นการขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย และมิใช่กรณีขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์สามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้หลังจากพ้นระยะเวลาตามกฎหมายแล้ว จึงเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะเข้ามาต่อสู้คดีแทนลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22(3)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 24 บัญญัติว่า"เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ห้ามมิให้ลูกหนี้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน เว้นแต่จะได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้"และมาตรา 25 บัญญัติว่า "ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแพ่งทั้งปวงอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลในขณะที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ และเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจงดการพิจารณาคดีแพ่งนั้นไว้ หรือจะสั่งประการใดตามที่เห็นสมควรก็ได้"

บทบัญญัติทั้ง 2 มาตราดังกล่าว แสดงว่าการที่นายประพนธ์จำนองที่ดินของตนแก่ผู้รับจำนองเพื่อเป็นประกันหนี้ของผู้อื่นภายหลังที่ศาลได้พิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จึงเป็นการกระทำเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้อันมีผลผูกพันในที่ดินที่จะต้องถูกบังคับคดีในที่สุดหากไม่ชำระหนี้และฝ่าฝืนต่อกฎหมายเพราะไม่ได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ นิติกรรมจำนองจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ภายหลังที่ศาลพิพากษาให้นายประพนธ์เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จึงมิใช่กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องเข้าว่าคดีแพ่งอันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลตามบทบัญญัติที่กล่าวมาอีกด้วย

แม้หากการกระทำของนายประพนธ์จะเป็นการละเมิดต่อโจทก์และมีหนี้ที่จะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ก็ตามแต่หนี้ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังที่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ไม่อาจนำมาขอยื่นรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 27, 91 และมาตรา 94 โจทก์ชอบที่จะฟ้องลูกหนี้ผู้ทำละเมิดเป็นจำเลยโดยตรง โจทก์จะฟ้องเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นจำเลยแทนลูกหนี้หาได้ไม่โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องและจำหน่ายคดีของโจทก์จากสารบบความนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · พูนศักดิ์ จงกลนี · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 699/2562

โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ภายหลังที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ 1 แล้ว จึงมิใช่กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องเข้าว่าคดีแพ่งอันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งค้างพิจาร…

Supreme Court Judgment No. 15283/2558

แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในคดีนี้ยังคงมีผลผูกพันโจทก์และผู้คัดค้านอยู่ก็ตาม แต่เนื่องจากจำเลยที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด อำนาจในการจัดการกิจการและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ย่อมตกอยู่แก่เจ้าพนั…

Supreme Court Judgment No. 3588/2529

การที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราว มีผลเพียงทำให้จำเลยไม่สามารถดำเนินกิจการได้ด้วยตนเอง ต้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้ดำเนินการแทน หามีผลทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยผู้เป็นนายจ้างกับ…

Supreme Court Judgment No. 4114/2528

เมื่อจำเลยที่ 1(ลูกหนี้) ถูกพิทักษ์ทรัพย์แล้วย่อมหมดอำนาจ ที่จะดำเนินกิจการงานของตนต่อไป แต่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจตามกฎหมายที่จะจัดการหรือกระทำการ ที่จำเป็นเพื่อให้กิจการข…

Supreme Court Judgment No. 10207/2558

เจ้าหนี้ไม่มีประกันที่อาจขอรับชำระหนี้ได้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 27 มาตรา 91 และมาตรา 94 นั้น ต้องเป็นเจ้าหนี้ในหนี้เงินที่มูลแห่งหนี้ได้เกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ แม้ว่าหนี้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up