Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4872/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 ปฏิเสธว่าลายมือชื่อด้านหลังเช็คพิพาทมิใช่ของตนโจทก์นำสืบพยานบุคคลว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คพิพาท และในสำนวนมีลายมือชื่อแท้จริงของจำเลยที่ 2 ในสัญญาจำนอง ใบแต่งทนาย และคำให้การ เมื่อเป็นพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับประเด็นโดยตรง ศาลมีอำนาจอาศัยลายมือชื่อดังกล่าวตรวจเปรียบเทียบ เพื่อชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่า เพียงพอให้เชื่อฟังได้หรือไม่ มูลหนี้คดีนี้เป็นหนี้กู้ยืมเงิน 1,000,000 บาท มิได้ทำสัญญากู้กันไว้ แต่มีการจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันและให้ถือสัญญาจำนองเป็นหลักฐานในการกู้ยืมเงิน หลังจากนั้นจำเลยที่ 1สั่งจ่ายเช็คพิพาทเป็นเงิน 1,000,000 บาท มอบให้โจทก์อีกโดยตกลงว่าเพื่อเป็นประกัน เช็คพิพาทจึงออกเพื่อประกันการกู้ยืมเงินด้วย โจทก์มีสิทธิฟ้องได้โดยไม่จำต้องบอกกล่าวบังคับจำนองก่อน การที่จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ด้านหลังเช็คที่สั่งจ่ายระบุชื่อ โจทก์ขีดฆ่าคำว่าหรือผู้ถือออก และมุม ซ้ายบนของด้านหน้ามีข้อความว่าเข้าบัญชีผู้รับเงินเท่านั้นห้ามเปลี่ยนมือ และในเช็คไม่ปรากฏว่ามีถ้อยคำสำนวนว่าใช้ได้เป็นอาวัล หรือสำนวนอื่นใดทำนองเดียวกัน จำเลยที่ 2 จึงมิใช่ผู้ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับอาวัลแต่การที่จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คที่จำเลยที่ 1เป็นผู้สั่งจ่ายโดยระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงินและจำเลยทั้งสองนำเช็คไปมอบให้โจทก์ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คด้วยความสมัครใจที่จะผูกพันต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรง ในอันที่จะรับผิดตามข้อความในเช็คอย่างเดียวกับจำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายด้วยการลงลายมือชื่อของตนในเช็คตามมาตรา 900 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์ชำระเงินตามเช็คพิพาทพร้อมดอกเบี้ย คำขอให้โจทก์ทั้งสองชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์จนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ เห็นได้ว่าเป็นการพิมพ์ผิดเพราะโจทก์มีเพียงคนเดียวจะขอให้โจทก์ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ย่อมไม่ได้ ทั้งในที่อื่นตามฟ้องทั้งหมดได้ขอให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ย จึงเป็นเรื่องที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ขอให้ชำระดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง ศาลมีอำนาจพิพากษาให้จนถึงวันที่ชำระเสร็จตามคำพิพากษาได้.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยอีก ๗๕,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑,๐๗๕,๐๐๐ บาท ให้โจทก์และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินต้นตามเช็คตลอดไป จนกว่าจะชำระเงินตามเช็คเสร็จ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ได้ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คพิพาท ลายมือชื่อด้านหลังเช็คดังกล่าวเป็นลายมือชื่อปลอมจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนจำนองที่ดินคำ้ประกันเงินกู้โจทก์และสั่งจ่ายเช็คพิพาทค้ำประกันสัญญาจำนองอีกชั้นหนึ่ง เช็คดังกล่าวจึงไม่ใช่เช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้ เพราะไม่มีมูลหนี้ต่อกัน สัญญาจำนองมิได้กำหนดวันไถ่ถอนไว้

โจทก์มิได้แจ้งการบังคับจำนอง จำเลยที่ ๑ยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำเช็คพิพาทไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินจากธนาคารตามเช็ค การที่โจทก์ไม่ฟ้องบังคับจำนองก่อนเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต หากศาลเห็นว่าจำเลยที่ ๒ลงลายมือชื่อหลังเช็คพิพาท เมื่อเป็นเช็คระบุชื่อ และขีดฆ่าคำว่าหรือผู้ถือ ทั้งด้านหลังเช็คไม่มีคำว่าใช้ได้เป็นอาวัลหรือสำนวนอื่นใด จึงมิใช่ผู้รับอาวัล โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้เงิน๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินต้นดังกล่าวนับแต่วันออกเช็ค จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖จำเลยที่ ๑ ได้จดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้การกู้ยืมเงินและให้ถือสัญญาจำนองเป็นหลักฐานในการกู้ยืม เป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐บาท ต่อมาวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖ จำเลยที่ ๑ ได้สั่งจ่ายเช็คเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท มอบให้โจทก์ ลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗โดยระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงินและขีดฆ่าคำว่าผู้ถือออก และได้มีการบันทึกไว้หลังสัญญาจำนองว่า ออกเช็คฉบับดังกล่าวเพื่อเป็นประกันตามสัญญานี้ โดยลงชื่อโจทก์จำเลยที่ ๑ เป็นคู่สัญญา และจำเลยที่ ๒ เป็นพยาน เมื่อถึงวันที่ลงในเช็ค โจทก์ได้เรียกเก็บเงินตามเช็ค ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน

โจทก์มีหนังสือเตือนให้จำเลยที่ ๒ชำระหนี้ตามเช็ค จำเลยที่ ๒ ไม่ชำระ โจทก์จึงได้ฟ้องเรียกเงินตามเช็ค และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า เมื่อจำเลยที่ ๒ ปฏิเสธว่าลายมือชื่อด้านหลังเช็คพิพาทมิใช่ของจำเลยที่ ๒ โจทก์นำสืบพยานบุคคลว่าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คพิพาทและในสำนวนมีลายมือชื่อแท้จริงของจำเลยที่ ๒ ในสัญญจำนองใบแต่งทนายและคำให้การ ซึ่งเป็นลายมือชื่อที่ปรากฏอยู่ชัดแจ้งเมื่อเป็นพยานหลักฐานเกี่ยวกับประเด็นโดยตรง ย่อมเป็นอำนาจของศาลที่จะอาศัยลายมือชื่อ ตรวจเปรียบเทียบเพื่อชั่งน้ำหนักของพยานหลักฐานว่า เป็นอันเพียงพอให้เชื่อฟังได้หรือไม่เพียงใดไม่มีกฎหมายใดที่ห้ามมิให้ศาลเปรียบเทียบลายมือชื่อและรับฟังตามที่ได้ตรวจพิเคราะห์แล้ว

มูลหนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ เป็นหนี้กู้ยืมเงินจำนวน๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยมิได้ทำสัญญากู้ยืมกันไว้โดยเฉพาะ แต่ได้มีการจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกัน และให้ถือสัญญาจำนองเป็นหลักฐานในการกู้ยืมเงินด้วย หลังจากนั้นจำเลยที่ ๑ ได้สั่งจ่ายเช็คพิพาทเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ลงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗มอบให้แก่โจทก์อีก และตกลงกันว่าเพื่อเป็นประกัน เช็คพิพาทจึงเป็นเช็คที่ออกให้เพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงิน ย่อมเป็นการออกเช็คโดยมีมูลหนี้มาจากการกู้ยืมเงิน และมีเจตนาที่จะผูกพันบังคับชำระหนี้กันได้ตามกฎหมาย โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีบังคับตามเช็คได้ การที่จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อไว้ด้านหลังเช็คที่สั่งจ่ายโดยระบุชื่อโจทก์ขีดฆ่าคำว่าหรือผู้ถือ และมุมซ้ายบนด้านหน้ามีข้อความว่าเข้าบัญชีผู้รับเงินเท่านั้น

ห้ามเปลี่ยนมือ และในเช็คไม่ปรากฏว่ามีถ้อยคำสำนวนว่า ใช้ได้เป็นอาวับหรือสำนวนอื่นใดทำนองเดียวกันจำเลยที่ ๒ จึงมิใช่ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับอาวัล แต่การที่จำเลยที่๒ ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คที่ระบุชื่อโจทก์เป็นผู้รับเงินปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาท จำเลยที่ ๒ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คพิพาทและจำเลยทั้งสองได้นำเช็คไปมอบให้โจทก์ กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อด้านหลังเช็คด้วยความสมัครใจที่จะผูกพันต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรง ในอันที่จะรับผิดตามข้อความในเช็คอย่างเดียวกับจำเลยที่ ๑ ผู้สั่งจ่ายด้วยการลงลายมือชื่อของตนในเช็คตามมาตรา ๙๐๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท

จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดต่อโจทก์ชำระเงินตามเช็คพิพาทพร้อมดอกเบี้ย และคำขอให้โจทก์ทั้งสองชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์จนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ ย่อมเห็นได้ว่าที่ฟ้องขอให้โจทก์ทั้งสองชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ เป็นการพิมพ์ผิดเพราะโจทก์มีเพียงคนเดียว และจะขอให้โจทก์ชำระดอกเบี้ยให้โจทก์ย่อมไม่ได้ ทั้งตามฟ้องโจทก์ที่กล่าวในที่อื่นทั้งหมดได้ขอให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ย ซึ่งเป็นเรื่องที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยแต่พิมพ์คำว่าจำเลยทั้งสองเป็นโจทก์ทั้งสอง ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยได้มิใช่พิพากษาเกินคำขอ และโดยเฉพาะการฟ้องขอให้ชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้อง ศาลมีอำนาจพิพากษาให้ชำระดอกเบี้ยจนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จตามคำพิพากษาก็ได้

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ก้าน อันนานนท์ · สวิน อักขรายุธ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4795/2539

โจทก์ได้รับเช็คพิพาทมาโดยมีมูลหนี้ที่ป. จะต้องชำระให้แก่โจทก์จริงโจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบจำเลยในฐานะทายาทป. ผู้สั่งจ่ายเช็คจึงต้องรับผิดชดใช้ให้โจทก์แม้ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบว่าป. สั่งจ่ายเ…

Supreme Court Judgment No. 5245/2533

ปัญหาเรื่องฟ้องเคลือบคลุม จำเลยมิได้อุทธรณ์เป็นประเด็นไว้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์และไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คำฟ้องของโจทก์ได้บ…

Supreme Court Judgment No. 3977/2528

เช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ โจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือเช็คพิพาทจึงเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 904 และตามมาตรา 914 บุคคลซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายย่อมเป็นอันสัญญาว่า เมื่อตั๋วนั้นได้นำมายื…

Supreme Court Judgment No. 1128/2559

ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจลงวันที่ในเช็คพิพาททั้งสิบสามฉบับ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิฟ้องร้องภายในหนึ่งปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ และจำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อเป็น…

Supreme Court Judgment No. 13600/2558

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่าย จึงต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 900, 914 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง และมาตรา 224 วรรคหนึ่ง แต่ในส่วน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up