คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองห้องพิพาทโดยเช่าจากจำเลยใช้เป็นที่อยู่อาศัย จำเลยบังอาจสมคบใช้ จ้างวานบุคคลอื่นทำการรื้อหลังคาห้องที่โจทก์เช่านี้ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายโจทก์จึงฟ้องให้จำเลยจัดการซ่อมหลังคา ถ้าจำเลยไม่จัดการก็ขอให้โจทก์ซ่อมแซมโดยจำเลยเสียค่าซ่อมจำเลยให้การดังนี้ "จำเลยมิได้บังอาจสมคบจ้างวานบุคคลอื่นทำการรื้อหลังคาห้องที่โจทก์เช่า แต่จำเลยให้คนรื้อห้องพิพาทอันเป็นห้องของจำเลยตามคำสั่งนายกเทศมนตรีซึ่งจำเลยเชื่อว่าเป็นคำสั่งของเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย และเชื่อว่า ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามจำเลยอาจมีความผิดตามกฎหมาย ทั้งก่อนรื้อจำเลยก็ได้แจ้งให้โจทก์และเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบล่วงหน้าแล้ว"
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า เมื่อได้ความว่าโจทก์เป็นผู้เช่าสัญญาเช่ายังไม่ระงับ จำเลยรื้อหลังคา จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องซ่อมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537, 550 พิพากษาให้จำเลยซ่อมหลังคา ถ้าไม่ซ่อมให้โจทก์ซ่อมโดยจำเลยเสียค่าใช้จ่ายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ฟังว่าจำเลยรื้อตามคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายเป็นนิรโทษกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 449
Result
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้ออ้างในคำให้การของจำเลย ไม่ใช่ข้อต่อสู้ที่จะให้จำเลยพ้นความรับผิด หากเทศบาลจะได้สั่งให้รื้อก็ตามหากจำเลยจะเชื่อว่าเป็นคำสั่งของเจ้าพนักงานอันชอบด้วยกฎหมายก็ตาม หากจำเลยจะเชื่อว่า ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งจำเลยอาจมีความผิดก็ตาม เหล่านี้ไม่เป็นข้อต่อสู้ให้พ้นความรับผิดศาลอุทธรณ์ยกข้อเท็จจริงต่าง ๆ ขึ้นพิจารณา ส่วนมากเป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ เช่นการเช่าไม่มีหนังสือ ศาลอุทธรณ์ว่าฟ้องร้องกันไม่ได้ ข้อนี้ประเด็นไม่มี หากจะฟังว่ามี การเช่าไม่มีหนังสือที่จริงก็ฟ้องกันได้ในคดีเช่นนี้พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น