คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493มาตรา 4, 5, 14, 17, 30, 31, 38 ทวิ, 40, 44 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 271, 91 ขอให้ริบสุราปลอมและขวดของกลาง ส่วนรถยนต์และสุราแท้ขอให้คืนเจ้าของจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสุราพ.ศ. 2493 มาตรา 4, 5, 14, 17, 30, 31, 38 ทวิ, 40, 44 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 แล้ว ลงโทษจำเลยฐานขนสุราตามพระราชบัญญัติสุรามาตรา 38 ทวิ ปรับ 225 บาท ฐานนำสุราต่างประเทศออกแสดงเพื่อขายตามพระราชบัญญัติสุรา มาตรา 40 ปรับ 500 บาท ฐานทำน้ำสุราโดยมิได้รับอนุญาตออกแสดงเพื่อขายและขายสุราที่ทำขึ้นโดยหลอกลวงว่าเป็นสุราต่างประเทศ เป็นการกระทำกรรมเดียวกัน
ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 จำคุก 3 เดือนฐานนำแสตมป์สุราใช้แล้วมาปิดสุราที่ทำขึ้นตามพระราชบัญญัติสุรา มาตรา 44 จำคุก1 เดือน รวมจำคุก 4 เดือน และปรับ 725 บาท เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนริบสุราปลอมและขวดที่มีไว้เพื่อบรรจุสุราที่จำเลยทำขึ้น ส่วนรถยนต์และสุราแท้ให้คืนเจ้าของจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การวินิจฉัยโทษจำคุกว่าจะเปลี่ยนโทษเป็นกักขังแทนได้หรือไม่ ต้องวินิจฉัยโทษจำคุกที่ศาลลงในแต่ละกระทงความผิด จะรวมโทษจำคุกทุกกระทงในคดีนั้นมาเป็นเกณฑ์ไม่ได้คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 3 เดือนศาลเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนได้
Result
พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลจะเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังได้หรือไม่ เห็นว่าจำเลยฎีกาข้อกฎหมายดังกล่าวก็ด้วยประสงค์ที่จะให้ศาลฎีกาวินิจฉัยรอการลงโทษจำคุกนั้นให้จำเลย ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกและศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาในส่วนนี้แล้ว ทั้งการกักขังแทนโทษจำคุกเป็นผลดีแก่จำเลยอยู่แล้ว ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาจำเลย