Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2546 (ref. 49488)

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในกรณีนายจ้างลงโทษทางวินัยแก่ลูกจ้างที่มิได้เป็นกรรมการลูกจ้างและการลงโทษนั้นไม่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้นายจ้างต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานก่อนตามมาตรา 52 หรือให้ความคุ้มครองตามมาตรา 121 ถึงมาตรา 123 ดังนั้นศาลแรงงานจะเข้าไปตรวจสอบดุลพินิจการลงโทษของนายจ้างในกรณีนี้ได้ก็ต่อเมื่อเป็นการใช้ดุลพินิจลงโทษที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทำผิดวินัยจริง จำเลยจึงลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ร้อยละ 10 มีกำหนด1 เดือน ซึ่งเป็นโทษที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของจำเลยโดยไม่ปรากฏว่ามีการใช้ดุลพินิจลงโทษที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงเป็นการปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับของจำเลยแล้วไม่ใช่กรณีที่ศาลแรงงานจะเข้าไปตรวจสอบดุลพินิจการลงโทษของจำเลยได้ศาลแรงงานจึงไม่มีอำนาจลดโทษโจทก์เป็นภาคทัณฑ์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้พิจารณารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 3โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างจำเลยทำหน้าที่เป็นนายท่ารับผิดชอบปล่อยรถให้เป็นไปตามระเบียบของจำเลยเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ต่อมาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2543 นายสมบูรณ์ ชนรุจิวงศ์ พนักงานขับรถของจำเลยได้ขับรถโดยสารประจำทางสาย ปอ.13 หมายเลขรถ 3-6680 ชนรถโดยสารประจำทางสาย 23หมายเลขรถ 3-44038 เสียหาย จำเลยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วได้ลงโทษไล่นายสมบูรณ์ออกจากงานและให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย พร้อมกันนี้จำเลยมีคำสั่งลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2543 ลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ทั้งสามร้อยละ 10มีกำหนดคนละ 1 เดือน โดยกล่าวหาว่าโจทก์ทั้งสามกระทำผิดวินัยฐานประมาทเลินเล่อจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยทำให้จำเลยเสียหายร้ายแรงอันเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบเพราะความเสียหายจากการชนอยู่นอกเหนือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสามที่จะควบคุมรับผิดชอบร่วมกับพนักงานขับรถ

ทำให้โจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษาว่าคำสั่งลงโทษโจทก์ทั้งสามเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ให้จำเลยเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและคืนสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับแก่โจทก์ทั้งสามจำเลยทั้งสามสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งสามมีหน้าที่ควบคุมการเดินรถโดยสารปรับอากาศสาย ปอ.13 แต่ได้ละเลยไม่ปฏิบัติตามแผนการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุระยะสั้น 14 มาตรการ ข้อ 1.3 โดยระหว่างวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2543 ถึงวันที่ 9 เมษายน2543 โจทก์ทั้งสามปล่อยปละละเลยไม่นำพาต่อการทำงานที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบปล่อยให้พนักงานขับรถขับรถด้วยความเร็วและแซงกันในเส้นทางถึง 90 ครั้ง แต่โจทก์ทั้งสามไม่เคยทำรายงานเสนอเพื่อพิจารณาลงโทษพนักงานขับรถที่ฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยเป็นเหตุให้นายสมบูรณ์

ชนรุจิวงศ์ ขับรถโดยสารประจำทางสาย ปอ.13 แข่งกับรถโดยสารประจำทางสาย ปอ.140 เป็นเหตุให้ชนท้ายรถโดยสารประจำทางสาย 23 ที่จอดเสียอยู่ข้างทางอย่างแรงทำให้เกิดความเสียหายเป็นเงิน 2,211,842 บาท และมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 16 คน จำเลยสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยแก่โจทก์ทั้งสาม การกระทำของโจทก์ทั้งสามผิดข้อบังคับจำเลยว่าด้วยวินัยพนักงาน ข้อ 4.3 ฐานไม่ตั้งใจปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง แบบแผนและวิธีปฏิบัติของจำเลย จำเลยได้มีคำสั่งตัดเงินเดือนโจทก์ทั้งสามเพื่อกระตุ้นการทำงานให้มีประสิทธิภาพต่อไป ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงตามที่คู่ความแถลงรับพร้อมนำส่งเอกสารว่าโจทก์ทั้งสามทำหน้าที่เป็นนายท่าประจำกองเดินรถที่ 2 เขตการเดินรถ 3 รับผิดชอบควบคุมการเดินรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย

ปอ.13 มีหน้าที่และงานที่ต้องปฏิบัติตามเอกสารหมาย จล.1 จำเลยมีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุระยะสั้น 14 มาตรการตามเอกสารหมาย ล.2 แผ่นที่ 4 และแผ่นที่ 6 ถึง 9 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2543 นายสมบูรณ์ ชนรุจิวงศ์ พนักงานขับรถได้ขับรถโดยสารประจำทางสาย ปอ.13 ด้วยความประมาทชนรถโดยสารประจำทางสาย 23 ซึ่งจอดอยู่เสียหายและมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ16 คน ค่าเสียหายจำนวน 2,211,842 บาท จำเลยมีคำสั่งตามเอกสารหมาย จล.4(ตรงกับเอกสารหมาย ล.2) ให้พักงานนายสมบูรณ์และแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและทางแพ่ง ต่อมาจำเลยได้มีคำสั่งที่ 180/2543 ตามเอกสารหมาย ล.1(ตรงกับเอกสารหมาย จล.2) ไล่นายสมบูรณ์ออกจากการเป็นลูกจ้างและให้ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมทั้งลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ทั้งสามร้อยละ 10 มีกำหนดคนละ 1 เดือนโจทก์ทั้งสามยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และคำร้องทุกข์ของจำเลย

คณะกรรมการดังกล่าวพิจารณาแล้วเห็นว่าข้ออ้างของโจทก์ทั้งสามไม่มีเหตุผลอันควรรับฟัง ให้ยกอุทธรณ์โจทก์ทั้งสามและจำเลยตรวจสอบใบเที่ยวของพนักงานขับรถโดยสารประจำทางหรือใบทำงานของพนักงานขับรถโดยสารประจำทางสาย ปอ.13ในกลุ่ม 3 ซึ่งโจทก์ทั้งสามมีหน้าที่ควบคุมจำนวน 30 คัน ในช่วงตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์2543 ถึงวันที่ 9 เมษายน 2543 ปรากฏว่ามีรถโดยสารประจำทางแซงกันจำนวน 53 ครั้งจากรถโดยสารที่แล่นประมาณ 10,000 เที่ยว ตามเอกสารหมาย จล.5 ในวันเกิดเหตุไม่ปรากฏว่านายสมบูรณ์ขับรถแซงรถคันอื่นในสายเดียวกันและศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ทั้งสามได้จัดทำใบเที่ยวเพื่อตรวจสอบตามแผนการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุเอกสารหมาย

ล.2 หน้า 6 แต่จากเอกสารหมาย จล.5 มีพนักงานขับรถโดยสารประจำทางหลายคนขับรถแซงคันอื่นมากกว่า 1 ครั้ง แต่โจทก์ทั้งสามเพียงแต่ตักเตือนด้วยวาจา ไม่ได้ทำบันทึกรายงานให้ผู้จัดการสายทราบตามแผนการรณรงค์ดังกล่าวข้อ 3.2 การกระทำของโจทก์ทั้งสามเป็นการไม่ตั้งใจปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยตามข้อบังคับจำเลยเอกสารหมายจล.3ข้อ 4.3 และ 4.5 แต่รถโดยสารประจำทางสาย ปอ.13 ที่แล่นแซงกันเพียง 53 ครั้งจากรถโดยสารจำนวน 30 คัน ที่แล่นประมาณ 10,000 เที่ยว เป็นสัดส่วนที่ไม่มาก และตามเอกสารหมาย จล.5 ซึ่งเป็นรายชื่อพนักงานขับรถโดยสารประจำทางแซงรถคันอื่นไม่ปรากฏว่านายสมบูรณ์เคยกระทำดังกล่าว การเกิดอุบัติเหตุคดีนี้จึงมิใช่ผลโดยตรงจากการกระทำของโจทก์ทั้งสาม

โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างจำเลยประมาณคนละ 20 ปีไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยมาก่อนและคำสั่งลงโทษอ้างความผิดว่าโจทก์ทั้งสามปล่อยให้รถโดยสารประจำทางแซงกันในช่วงเวลาที่ตรวจสอบจำนวน 90 ครั้ง จึงลงโทษตัดเงินเดือน แต่คู่ความตรวจสอบร่วมกันพบว่ามีรถโดยสารประจำทางแซงกันเพียง 53 ครั้งพฤติการณ์แห่งความผิดจึงเปลี่ยนไป ประกอบกับเป็นความผิดครั้งแรก มีเหตุลดหย่อนซึ่งไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษตัดเงินเดือนตามข้อบังคับของจำเลยเอกสารหมาย จล.3ข้อ 10 วรรคสอง ข้อบังคับดังกล่าวข้อ 7 ระบุโทษไว้ 5 สถาน คือ ไล่ออก ให้ออก ลดขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือนและภาคทัณฑ์ เมื่อโทษตัดเงินเดือนมีเหตุลดหย่อนจึงควรลดโทษเหลือเพียงภาคทัณฑ์และให้จำเลยคืนเงินเดือนที่จำเลยตัดไว้แก่โจทก์ทั้งสาม

พิพากษาให้จำเลยเปลี่ยนแปลงคำสั่งลงโทษโจทก์ทั้งสามจากตัดเงินเดือนคนละร้อยละสิบมีกำหนดหนึ่งเดือนเป็นเพียงลงโทษภาคทัณฑ์โจทก์ทั้งสามและคืนประโยชน์ต่าง ๆ ที่โจทก์ทั้งสามเสียไปเพราะถูกตัดเงินเดือนแก่โจทก์ทั้งสามด้วยจำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาได้ความว่า โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยกระทำผิดโดยไม่ทำบันทึกรายงานการที่พนักงานขับรถโดยสารประจำทางขับรถแซงกันจำนวน 53 ครั้ง และมีพนักงานขับรถโดยสารประจำทางหลายคนขับรถแซงคันอื่นมากกว่า 1 ครั้ง ต่อผู้จัดการสายของจำเลยทราบ มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า ศาลแรงงานกลางมีอำนาจลดโทษให้โจทก์ทั้งสามจากตัดเงินเดือนเป็นโทษภาคทัณฑ์ได้หรือไม่

เห็นว่า ในกรณีนายจ้างลงโทษทางวินัยแก่ลูกจ้างที่มิได้เป็นกรรมการลูกจ้างและการลงโทษนั้นไม่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 หมวด 9 นั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้นายจ้างต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานก่อนตามมาตรา 52หรือให้ความคุ้มครองตามมาตรา 121 ถึงมาตรา 123 ดังนั้น ศาลแรงงานจะเข้าไปตรวจสอบดุลพินิจการลงโทษของนายจ้างในกรณีนี้ได้ก็ต่อเมื่อเป็นการใช้ดุลพินิจลงโทษที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้นว่าขัดต่อระเบียบข้อบังคับอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างไม่สุจริต กลั่นแกล้ง หรือไม่สมเหตุผลอย่างชัดแจ้ง ในคดีนี้ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสามทำผิดวินัยจริง จำเลยลงโทษตัดเงินเดือนโจทก์ทั้งสามร้อยละ 10 มีกำหนดคนละ1 เดือน ซึ่งเป็นโทษที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของจำเลยตามเอกสารหมาย

จล.3 ข้อ 7ข้อย่อย 7.4 โดยไม่ปรากฏว่ามีการใช้ดุลพินิจลงโทษที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นการปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับของจำเลยแล้ว ไม่ใช่กรณีที่ศาลแรงงานกลางจะเข้าไปตรวจสอบดุลพินิจการลงโทษของจำเลยได้ดังกล่าวข้างต้น ศาลแรงงานกลางจึงไม่มีอำนาจลดโทษโจทก์ทั้งสามเป็นภาคทัณฑ์ อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามสำนวนฟังขึ้น"

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสาม

Matter details

Panel of judges
ชัช ชลวร · พันธาวุธ ปาณิกบุตร · อรพินท์ เศรษฐมานิต
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2546 (ref. 50327)

การที่นายจ้างลงโทษทางวินัยแก่ลูกจ้างที่มิได้เป็นกรรมการลูกจ้างและการลงโทษนั้นไม่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ หมวด 9 นั้นไม่มีกฎหมายบัญญัติให้นายจ้างต้องได้รับอนุญาตจากศาลแ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2546 (ref. 110865)

นายจ้างลงโทษทางวินัยแก่ลูกจ้างที่มิได้เป็นกรรมการลูกจ้างและการลงโทษนั้นไม่เป็นการกระทำอัน ไม่เป็นธรรม ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้นายจ้างต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 112739)

นายจ้างลงโทษทางวินัยแก่ลูกจ้างที่มิได้เป็นกรรมการลูกจ้างและการลงโทษนั้นไม่เป็นการกระทำอัน ไม่เป็นธรรม ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้นายจ้างต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มา…

Supreme Court Judgment No. 3383/2536

การฟ้องเรียกค่าจ้างค้างชำระและค่าชดเชยจากนายจ้างไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานกำหนดให้ต้องร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการที่กำหนดไว้ ลูกจ้างจึงมีสิทธิฟ้อ…

Supreme Court Judgment No. 681/2532

กรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๑ มาตรา ๑๒๒ หรือมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ เมื่อผู้เสียหายได้ ยื่นคำร้องกล่าวหาผู้ฝ่าฝืนต่อ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตาม มาตรา ๑๒๔แล้ว การที่จะวินิจฉั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up