Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4989/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้ขายทอดตลาดที่ดินพิพาทแก่ผู้ซื้อ โดยไม่งดการขายทอดตลาดไว้รอพิจารณาคำขอประนอมหนี้ตามคำขอของจำเลย จำเลยยื่นคำร้องว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าจำเลยประวิงคดี ขอให้ยกคำร้องของจำเลยระหว่างการพิจารณาของศาล ผู้ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาด จำเลยและ ส.ผู้ซื้อรายใหม่ตกลงกันว่า ผู้ซื้อรายใหม่ตกลงวางเงิน 100,000 บาทให้ผู้ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาดรับไปเป็นค่าเสียหาย เพื่อจะได้ไม่คัดค้านที่จะมีการขายทอดตลาดใหม่ มิใช่เป็นการตกลงว่าผู้ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาดสละสิทธิในที่ประมูลซื้อได้ในครั้งก่อน เพราะการที่ผู้ซื้อรายใหม่ตกลงจะเข้าประมูลซื้อที่ดินพิพาทครั้งใหม่ในราคาไม่ต่ำกว่า 18,000,000 บาทนั้น จะต้องจัดหาธนาคารมาค้ำประกันจำนวน 2,000,000 บาท เพื่อเป็นประกันค่าเสียหายแก่กองทรัพย์สินหากผู้ซื้อรายใหม่เข้าสู้ราคาต่ำกว่า 18,000,000 บาท ซึ่งเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ผู้ซื้อรายใหม่ต้องปฏิบัติก่อน เมื่อผู้ซื้อรายใหม่ไม่สามารถหาธนาคารมาค้ำประกันได้ จึงเป็นฝ่ายผิดข้อตกลงศาลต้องจำหน่ายคำร้องของจำเลยตามสัญญาที่ตกลงไว้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และขอให้งดการขายทอดตลาดไว้ชั่วคราวจนกว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และศาลจะได้พิจารณาคำขอประนอมหนี้ดังกล่าวเสร็จสิ้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งรับคำขอประนอมหนี้ แต่สั่งให้ขายทอดตลาดตามกำหนดเดิมต่อไปโดยไม่งดต่อมาได้มีการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่สั่งไม่อนุญาตให้งดการขายทอดตลาดและคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่สั่งอนุมัติขายทรัพย์รายนี้เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนหรือยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเสีย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยคัดค้านการขายเป็นการประวิงคดี อีกทั้งการยื่นคำขอประนอมหนี้ดังกล่าวกฎหมายล้มละลายมิได้บังคับให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องงดการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และมิใช่เป็นเหตุทุเลาการบังคับคดีที่จะให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์งดการขายทอดตลาดตามกฎหมายล้มละลายขอให้ยกคำร้องของจำเลย

ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น คู่ความทุกฝ่ายตลอดจนผู้ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาด นายประสารซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหม่และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มาศาลและตกลงกันว่า 1. ผู้เสนอซื้อรายใหม่ยอมให้เงินที่วางไว้ 100,000 บาทแก่ผู้ซื้อรับไปเป็นค่าเสียหายโดยเด็ดขาดนับแต่วันนี้และผู้เสนอซื้อรายใหม่จะเข้าสู่ราคาในการขายทอดตลาดครั้งใหม่ในราคาขั้นต่ำตั้งแต่ 18,000,000 บาท โดยจะจัดหาธนาคารมาค้ำประกันเป็นจำนวน 2,000,000 บาท เป็นค่าเสียหายแก่กองทรัพย์สิน หากไม่สู้ราคาดังกล่าวข้างต้น 2. ผู้ซื้อพอใจหากผู้ซื้อรายใหม่ปฏิบัติตามข้อ 1 ได้ก็ไม่ติดใจคัดค้านคำร้องขอให้ขายทอดตลาดใหม่ แต่สงวนสิทธิที่จะเข้าสู้ราคาด้วย 3. เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พอใจและหากผู้ซื้อรายใหม่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 1 ได้ครบถ้วน

ก็ไม่ติดใจคัดค้านการขายทอดตลาดรายนี้เช่นกัน ให้ศาลจำหน่ายคำร้องคัดค้านของจำเลย และเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์โดยถือว่าไม่ติดใจและขอถอนคำร้อง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2530 ผู้ซื้อได้รับเงินประกันค่าเสียหายจำนวน 100,000 บาท จากศาล เมื่อถึงวันนัดที่ผู้ซื้อรายใหม่จะต้องหาธนาคารมาค้ำประกัน 2,000,000 บาท ผู้ซื้อรายใหม่ยื่นคำร้องว่า ได้ติดต่อกับธนาคารแล้วปรากฏว่าในการออกหนังสือค้ำประกันจะต้องเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 30,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก หากใช้บุคคลที่มีหลักทรัพย์ในวงเงินดังกล่าวมาเป็นผู้ค้ำประกันจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่ายเช่นเดียวกัน ผู้ซื้อรายใหม่จึงขอเสนอบุคคลเป็นผู้ค้ำประกันแทนในวงเงิน 2,000,000 บาท โดยมีสลากออมสินและเงินสดไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาทมาวางศาลเป็นหลักประกันด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องดังกล่าวเท่ากับผู้ซื้อรายใหม่ไม่อาจปฏิบัติตามข้อตกลง ถือว่าผู้ซื้อรายใหม่ผิดข้อตกลง มีคำสั่งให้ยกคำร้องของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามข้อตกลงในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 17 ธันวาคม 2530 ข้อ 1 ที่ว่าผู้ซื้อรายใหม่ตกลงวางเงินจำนวน 100,000 บาท ให้แก่ผู้ซื้อรับไปนั้น เป็นการวางเงินให้ผู้ซื้อรับไปเป็นค่าเสียหายโดยเด็ดขาดในวันนั้น เพื่อให้ผู้ซื้อไม่คัดค้านที่จะมีการขายทอดตลาดใหม่ แต่มิใช่เป็นการตกลงว่าผู้ซื้อสละสิทธิในที่ประมูลซื้อได้ในครั้งก่อน เพราะผู้ซื้อรายใหม่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอีกกรณีหนึ่งว่าผู้ซื้อรายใหม่จะต้องจัดหาธนาคารมาค้ำประกันจำนวน 2,000,000 บาทเป็นค่าเสียหายแก่กองทรัพย์สิน หากผู้ซื้อรายใหม่สู้ราคาต่ำกว่า 18,000,000 บาท ดังนั้นการขายทอดตลาดใหม่จะเกิดขึ้นต่อเมื่อผู้ซื้อรายใหม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งสองประการแล้ว การที่ผู้ซื้อรับเงินไป 100,000 บาท จึงไม่อาจถือได้ว่าผู้ซื้อสละสิทธิการซื้อไปแล้วตามที่จำเลยฎีกา

ปัญหาต่อไปมีว่า การที่ผู้ซื้อรายใหม่ไม่นำธนาคารมาค้ำประกันจำนวน 2,000,000 บาท ในวันที่ 1 มีนาคม 2531 ถือว่าเป็นผิดข้อตกลงหรือไม่ เห็นว่าตามข้อตกลงระบุไว้โดยแจ้งชัดว่า ผู้ซื้อรายใหม่จะจัดหาธนาคารมาค้ำประกันจำนวน 2,000,000 บาท ไม่มีข้อตกลงว่าอาจจะหาบุคคลหรือทรัพย์สินนอกจากธนาคารมาค้ำประกันแทนได้ ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2531 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดที่จะต้องทำสัญญาค้ำประกัน ผู้ซื้อรายใหม่จึงได้ยื่นคำร้องขอนำบุคคลและทรัพย์สินมาค้ำประกันแทนตามคำร้องของผู้ซื้อรายใหม่หาได้ระบุไม่ว่าหากศาลไม่อนุญาตก็จะนำธนาคารมาค้ำประกันต่อไป จึงถือได้ว่าผู้ซื้อรายใหม่ไม่สามารถหาธนาคารมาค้ำประกันได้ผู้ซื้อรายใหม่จึงเป็นฝ่ายผิดข้อตกลงโดยศาลชั้นต้นไม่จำเป็นต้องสั่งยกคำร้องก่อนตามที่จำเลยฎีกา

เมื่อฟังว่าผู้ซื้อรายใหม่เป็นฝ่ายผิดข้อตกลง ศาลชั้นต้นชอบที่จะจำหน่ายคำร้องของจำเลยเสียตามข้อตกลงในข้อ 3 ซึ่งจำเลยยอมให้จำหน่ายคำร้องได้โดยถือว่าไม่ติดใจและขอถอนคำร้อง คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในข้ออื่นต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 27425)

การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์ต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 ประกอบมาตรา 246คือต้องเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งรับคำฟ้องอุทธรณ์ไว้แล้วแต่จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมจึงจะกระทำได…

Supreme Court Judgment No. 6611/2538

การแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องอุทธรณ์ต้องอยู่ในบังคับของ ป.วิ.พ.มาตรา 179 ประกอบมาตรา 246 คือต้องเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งรับคำฟ้องอุทธรณ์ไว้แล้วแต่จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมจึงจะกระทำได้ คดีนี้เมื่อศาลชั้นต้น…

Supreme Court Judgment No. 3489/2534

ในชั้นบังคับคดี จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องว่าจำเลยที่ 1 ได้ฟ้องผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรโจทก์เป็นอีกคดีหนึ่ง หากศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชนะคดีจำเลยทั้งสี่ก็ไม่ต้องออกไปจากบ้านพิพาท การที่ผู้ร้องขอให้บังคับคดีต่…

Supreme Court Judgment No. 6391/2567

จำเลยทำสัญญาขายอาคารสำนักงานและอาคารโรงงานซึ่งผู้คัดค้านยึดไว้ในคดีล้มละลาย โดยมิใช่การกระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ย่อมเป็นนิติกรรมอันมีวัตถุที่ป…

Supreme Court Judgment No. 10839/2558

ตามคำร้องของจำเลยอ้างเหตุว่า ในมูลหนี้เดียวกันนี้และก่อนฟ้องคดีนี้ต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง โจทก์ได้ฟ้องคดีต่อ "The High Court of Justice, Queen's Bench Division, Commercial Co…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up