Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4997/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำฟ้องโจทก์บรรยายแล้วว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างและขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชนรถยนต์บรรทุกที่ลูกจ้างโจทก์ขับได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ซึ่งเพียงพอให้จำเลยทั้งสองเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ ส่วนที่ไม่ได้ระบุว่าลูกจ้างโจทก์เป็นใคร มิใช่ข้อสาระสำคัญและเป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 วันเกิดเหตุขับรถยนต์ของจำเลยที่ 1 พารองประธานกรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 ไปด้วย แสดงว่าจำเลยที่ 2 ขับรถไปตามคำสั่งของผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ถือว่าทำตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 แม้จะเป็นวันหยุดมิใช่วันทำงานปกติของจำเลยที่ 2 ก็เป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าเกิดเหตุนอกเวลาทำการงานของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดหาได้ไม่ โจทก์นำรถยนต์บรรทุกไปซ่อมแซมไม่สามารถใช้งานได้เป็นเวลา 173 วัน โจทก์มีสิทธิได้รับค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์จากการใช้รถในระหว่างซ่อมแซม และค่าเสียหายจากการขาดรายได้ที่ส่งหนังสือพิมพ์ซึ่งบรรทุกอยู่ในรถขณะเกิดเหตุไปจำหน่ายไม่ทันและหนังสือพิมพ์ถูกส่งคืน ตามกรมธรรม์ระบุว่า จำเลยร่วมจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย ดังนี้ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถและค่าเสียหายที่ขาดรายได้จากหนังสือพิมพ์ของโจทก์ที่ส่งล่าช้าจำหน่ายไม่ได้ ย่อมเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สินของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก อันเกิดจากการกระทำละเมิดโดยตรงที่จำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยร่วมจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยทั้งสองต่อโจทก์ด้วย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 692,769 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 645,300 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด เข้าเป็นจำเลยร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยร่วมขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 210,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 12 มกราคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท ยกฟ้องจำเลยร่วม ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยร่วมให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2540 เวลาประมาณ 11 นาฬิกา ขณะที่นายพิทักษ์ ลูกจ้างโจทก์ขับรถยนต์บรรทุกหกล้อ หมายเลขทะเบียน 90 - 3439 กรุงเทพมหานคร บรรทุกหนังสือพิมพ์เพื่อไปส่งยังจังหวัดต่าง ๆ จากกรุงเทพมหานครถึงที่เกิดเหตุอำเภอสวี จังหวัดชุมพร มีจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า ไม่มีหมายเลขทะเบียนของจำเลยที่ 1 แล่นสวนทางมาแล้วเกิดเฉี่ยวชนกัน มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสอง ประการแรกว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า คำฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ รวมทั้งข้ออ้างที่เป็นหลักแห่งข้อหาแล้วว่า

จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างและขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชนรถยนต์ที่ลูกจ้างโจทก์ขับได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ซึ่งเพียงพอให้จำเลยทั้งสองเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้ ส่วนที่ไม่ได้ระบุว่าลูกจ้างโจทก์เป็นใคร มิใช่ข้อสาระสำคัญและเป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า วันเกิดเหตุเป็นวันอาทิตย์เป็นวันหยุดงานของจำเลยที่ 2 แม้จะมีนางกาญจนา รองประธานกรรมการจำเลยที่ 1 นั่งไปด้วย ก็มิได้หมายความว่าเป็นการทำงานในทางการที่จ้างนั้น เห็นว่า เมื่อได้ความว่าจำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 วันเกิดเหตุขับรถยนต์ของจำเลยที่ 1 พารองประธานกรรมการจำเลยที่ 1 ไปด้วย

แสดงว่าจำเลยที่ 2 ขับรถไปตามคำสั่งของผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ถือว่าทำตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 แม้จะเป็นวันหยุดไม่ใช่วันทำงานปกติของจำเลยที่ 2 ก็เป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 จะอ้างว่า เกิดเหตุนอกเวลาทำการงานของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดหาได้ไม่เพราะเป็นเรื่องภายในระหว่างพนักงานของจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 มีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่ เพียงใด โจทก์นำสืบว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วรถยนต์บรรทุกหกล้อไม่สามารถใช้งานได้ต้องนำไปซ่อมเป็นเวลา 173 วัน ทำให้โจทก์ต้องขาดประโยชน์จากการใช้และหนังสือพิมพ์ที่บรรทุกมาส่งไม่ทันตามกำหนดทำให้ขายไม่ได้

เนื่องจากมีหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่ออกมาภายหลังวางจำหน่ายแล้ว และเอเย่นต์ส่งหนังสือพิมพ์ดังกล่าวคืน ซึ่งจำเลยทั้งสองไม่ได้นำสืบในข้อนี้ จึงฟังได้ว่าโจทก์ขาดประโยชน์จากการใช้รถเป็นเวลา 173 วัน และเสียหายจากการส่งหนังสือพิมพ์ไม่ทันตามกำหนดการวางจำหน่ายจริง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 กำหนดค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์จากการใช้รถวันละ 1,000 บาท เป็นเงิน 173,000 บาท และค่าเสียหายจากการส่งหนังสือพิมพ์ไปจำหน่ายไม่ทันตามกำหนดเป็นเงิน 37,000 บาท นั้น เหมาะสมแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองประการต่อไปว่า จำเลยร่วมต้องร่วมรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามกรมธรรม์ ระบุว่าจำเลยร่วมจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัยซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเนื่องจากอุบัติเหตุอันเกิดจากการใช้รถยนต์ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย

ดังนี้ ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถและค่าเสียหายจากหนังสือพิมพ์ของโจทก์ที่ส่งล่าช้าเป็นเหตุให้ขาดรายได้จากการจำหน่ายไม่ได้ ย่อมเป็นความเสียหายต่อทรัพย์สินของโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกอันเกิดจากการกระทำละเมิดโดยตรงที่จำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดต่อโจทก์และค่าเสียหายไม่เกิน 1,000,000 บาท ตามตารางกรมธรรม์ จำเลยร่วมต้องร่วมรับผิดกับจำเลยทั้งสองต่อโจทก์ด้วย

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยร่วมร่วมรับผิดกับจำเลยทั้งสองต่อโจทก์ด้วย และให้จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์เท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
สถิตย์ ทาวุฒิ · ปัญญา ถนอมรอด · เฉลิมชัย จารุไพบูลย์
Lower court
ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายสุนทร คงศรีชาย
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายทวี เนียมประดิษฐ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 14217/2558

โจทก์ได้บรรยายให้เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัย เรือ พ. จากบริษัท อ. จำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบครองอู่ต่อเรือ จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการเรือ พ. มีหน้าที่ดูแลรักษาและซ่อมแซมเรือและเข้าร่วมซ่อมแซมเรือกับจำเ…

Supreme Court Judgment No. 3427/2536

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 ให้รับผิดในฐานะที่เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า ม.ขับรถยนต์คันดังกล่าวในฐานะอะไร หรือมีนิติสัมพันธ์อย่างไรกับจำเลยที่ 1ผู้เอาประกันภัยอันจะเป็นเหต…

Supreme Court Judgment No. 823/2534

คำให้การของจำเลยที่ต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องโจทก์ว่า โจทก์จะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีสาขาในประเทศไทย หรือไม่ และมอบอำนาจให้ พ. ฟ้องคดีนี้หรือไม่ ไม่รับรู้และรับรองนั้นคำให้การดังกล่าวมิได้ปฏิเสธไว้ชัดแจ้ง…

Supreme Court Judgment No. 3312/2531

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 ให้รับผิดในฐานะที่เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์โดยสารอันเป็นรถที่ก่อให้เกิดความเสียหายครั้งนี้ แม้ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของ ย.ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวของย.…

Supreme Court Judgment No. 3397/2529

โจทก์บรรยายฟ้องว่าผลแห่งการกระทำละเมิดทำให้สังกะสีที่โจทก์บรรทุกรถมาแตกเสียหายและสูญหายโดยบรรยายขนาดของสังกะสีแต่ละขนาดและจำนวนแผ่นของสังกะสีขนาดนั้นๆที่เสียหายและสูญหายรวมทั้งราคาของสังกะสีดังกล่าวแล…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up