Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5006/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ทนายความจะต้องรักษาผลประโยชน์ของลูกความและเอาใจใส่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ทนายโจทก์อ้างว่าหลงลืมและเข้าใจผิดถึงสถานที่ที่จะนำส่งจึงไม่ได้นำส่งหมายเรียกและสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ 1 ย่อมไม่เป็นข้อแก้ตัวได้ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 โดยถือว่าโจทก์ทิ้งอุทธรณ์นั้นชอบแล้ว โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะทายาทผู้สืบสิทธิสัญญาเช่าซื้อแทนป. ผู้เช่าซื้อ จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกัน และร้องขอให้เรียกป. เข้ามาเป็นจำเลยร่วมในฐานะผู้จัดการมรดกของ ป. ให้ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ แม้โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ได้รู้ถึงการตายของ บ. ก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของ บ. ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อรถของ บ.ให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยชำระภายในกำหนด 1 ปีนั้น ถือเป็นการรับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 172 เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง ต้องเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ตามอายุความแห่งมูลหนี้นับแต่เมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้นสิ้นสุดลง การฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ใช้รถและใช้ราคารถตามสัญญาเช่าซื้อ มีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ.มาตรา 164 การส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคานั้น เมื่อ บ. ซึ่งเป็นคู่สัญญาตาย ถือว่าจำเลยร่วมในฐานะผู้จัดการมรดกครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อสืบต่อมาจึงต้องรับผิดคืนรถที่เช่าซื้อหรือใช้ราคาแก่โจทก์.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายบังอร ปรางทอง ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ โดยมีจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม แล้วผิดนัดทำให้สัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลง แต่นางบังอรไม่ส่งมอบรถที่อยู่ในสภาพเรียบร้อยคืนตามสัญญาทำให้โจทก์เสียหายจึงขอให้จำเลยที่ ๑ ในฐานะสามีทายาทของนางบังอรซึ่งถึงแก่กรรมแล้วและเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนโจทก์หรือ ชดใช้ราคา ๑๔๒,๓๔๐ บาท แทน หากโจทก์ขายได้ราคาไม่ครบจำเลยที่ ๑ต้องชดใช้ราคาที่ขาดด้วย และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย๒๕๒,๕๐๐ บาท กับค่าเสียหายเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าโจทก์จะได้รับรถคืนหรือใช้ราคาแทนแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า

จำเลยที่ ๑ ไม่ได้รู้เห็นหรือให้ความยินยอมในการที่ นาง บังอร ปรางทอง ทำสัญญาเช่าซื้อกับโจทก์ จำเลยที่ ๑ ไม่รับรองความเป็นนิติบุคคลและการมอบอำนาจของโจทก์ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ จำเลยที่ ๑ ไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกของนางบังอร และไม่ได้นำรถไปใช้ส่วนตัว หรือใช้ในกิจการร่วมกับนางบังอร หนี้ตามฟ้องมิใช่หนี้ร่วม ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมค่าเสียหายไม่มากตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกนางปลีก พ่วงศรี มารดาและผู้จัดการมรดกของนางบังอร ปรางทองเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามคำขอของโจทก์ และมีคำสั่งว่าจำเลยร่วมขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ แต่โจทก์ไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ ๑เป็นการทิ้งอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาคำสั่งและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาประการแรกว่า โจทก์ไม่มีเจตนาเพิกเฉยไม่ดำเนินการนำส่งหมายเรียกและสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ ๑ ภายในกำหนดระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นสั่ง ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้จำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ ๑ นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าปกติทนายความจะต้องรักษาผลประโยชน์ของลูกความและเอาใจใส่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลภายในกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ที่ทนายโจทก์อ้างว่าไม่ได้นำส่งหมายเรียกและสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ ๑ เป็นเพราะความหลงลืมและเข้าใจผิดถึงสถานที่ที่จะนำส่งหมายเรียกและสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ ๑ ย่อมไม่เป็นข้อแก้ตัวได้ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ โดยถือว่าโจทก์ทิ้งอุทธรณ์มานั้นชอบแล้ว

โจทก์ฎีกาประการต่อมาว่า นอกจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๑รับผิดในฐานะทายาทของนางบังอรผู้เช่าซื้อแล้ว ยังให้รับผิดในมูลหนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากงานซึ่งสามีภริยาทำด้วยกันตามคำฟ้องข้อ ๒วรรค ๒ ที่ว่านางบังอรและจำเลยที่ ๑ ได้นำรถที่เช่าซื้อไปใช้ในกิจการรับเหมาถมที่ดินอันเป็นกิจการที่สามีภริยาทำร่วมกันมิใช่ฟ้องให้ทายาทกองมรดกรับผิด ซึ่งมีอายุความ ๑ ปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ และจำเลยที่ ๑ ได้ชำระค่าเช่าซื้อรถคันพิพาทให้โจทก์ ถือได้ว่าเป็นการับสภาพหนี้ต่อโจทก์ อายุความจึงสะดุดหยุดลงนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ในฐานะทายาทผู้สืบสิทธิสัญญาเช่าซื้อแทนนางบังอรผู้เช่าซื้อ จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกัน และร้องขอให้เรียกนางปลีกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมในฐานะผู้จัดการมรดกของนางบังอรให้ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ แม้โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อพ้นกำหนด ๑ ปี นับแต่วันที่ได้รู้ถึงการตายของนางบังอรตามที่จำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้ก็ตาม พฤติการณ์ที่จำเลยที่ ๑ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนางบังอรชำระหนี้ค่าเช่าซื้อรถของนางบังอรให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยชำระภายในกำหนด๑ ปีนั้น ถือเป็นการรับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง ต้องเริ่มนับอายุความขึ้นใหม่ตามอายุความแห่งมูลหนี้นับแต่เมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้นสิ้นสุดลงคือวันที่เช็คถึงกำหนดสั่งจ่ายอันเป็นวันที่โจทก์อาจใช้สิทธิเรียกร้องหนี้ตามเช็คนั้นเป็นต้นไป

มูลหนี้ในเรื่องนี้เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ใช้รถ และใช้ราคารถตามสัญญาซึ่งมีกำหนดอายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๔ คดีโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ อย่างไรก็ตามเมื่อศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ ไปแล้วโดยถือว่าโจทก์ทิ้งอุทธรณ์สำหรับจำเลยที่ ๑ จึงบังคับให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ตามฟ้องไม่ได้ คงบังคับให้จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันและจำเลยร่วมในฐานะทายาทและผู้จัดการมรดกของนางบังอรชำระหนี้ดังกล่าวได้เท่านั้น ในปัญหาเรื่องค่าเสียหายของโจทก์

ศาลฎีกาเห็นว่า ค่าเสียหายที่โจทก์อ้างเป็นจำนวนที่สูงเกินไป เพราะในสัญญาเช่าซื้อเองก็กำหนดค่าเช่าซื้อกันไว้เพียงเดือนละ ๑๒,๙๔๐ บาทเท่านั้น ทั้ง ๆที่เป็นการคิดราคารถรวมกับค่าเช่า จึงเห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ในส่วนนี้เพียงเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท เป็นเวลาก่อนฟ้อง๒๓ เดือน เป็นเงิน ๑๑๕,๐๐๐ บาท ส่วนเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่โจทก์ขอมาร้อยละ ๑๕ ต่อปีนั้น ตามคำฟ้องและทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าโจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวได้เพราะเหตุใด จึงกำหนดให้โจทก์ได้รับดอกเบี้ยเพียงร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี และค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ใช้รถตั้งแต่วันฟ้องเห็นสมควรกำหนดเป็นเวลาไม่เกิน ๑๒ เดือน ในเรื่องการให้ส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคานั้น

สำหรับจำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองรถที่เช่าซื้อ ทั้งโจทก์มิได้ขอให้ส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแทนด้วย จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดในส่วนนี้ ส่วนจำเลยร่วมซึ่งเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของนางบังอร เนื่องจากนางบังอรเป็นคู่สัญญากับโจทก์ เมื่อนางบังอรตายถือว่าจำเลยร่วมในฐานะผู้จัดการมรดกครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อสืบต่อมาจึงต้องรับผิดคืนรถที่เช่าซื้อหรือใช้ราคาแก่โจทก์ แต่ในเรื่องราคาที่ต้องใช้คืนซึ่งโจทก์ขอมาจำนวน ๑๔๒,๓๔๐บาท เท่าราคาค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระอยู่นั้น เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ทางได้ทางเสียของโจทก์แล้วเห็นว่าโจทก์เรียกมาสูงเกินไปเพราะราคารถที่เช่าซื้อดังกล่าวเป็นการคิดราคารถรวมกับค่าเช่า ประกอบกับการใช้รถจะต้องมีการเสื่อมราคา จึงกำหนดราคาให้เพียง ๑๑๐,๐๐๐ บาท ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๒ กับจำเลยร่วมในฐานะทายาทและผู้จัดการมรดกของนางบังอรร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๑๑๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๔ จนถึงวันฟ้องและค่าเสียหายอีกเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะได้รับรถคืนหรือได้รับชำระราคารถดังกล่าว แต่ไม่ให้เกิน ๑๒ เดือน นับแต่วันฟ้อง กับให้จำเลยร่วมคืนรถที่เช่าซื้อแก่โจทก์ ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา ๑๑๐,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สุนพ กีรติยุติ
Lower court
ศาลแพ่ง - นายปราโมทย์ บุนนาค
ศาลอุทธรณ์ - นายสุทธิ นิชโรจน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1160/2515

คำฟ้องของโจทก์บรรยายข้อเท็จจริงว่า เมื่อเจ้ามรดกคู่สัญญาถึงแก่กรรมลง จำเลยและทายาทของผู้ตายได้รับรู้สิทธิในสัญญาที่ผู้ตายได้ทำไว้กับโจทก์ และได้ปฏิบัติตามสิทธิทายาทผู้รับมรดกของผู้ตายด้วยดีตลอดมา ถือว…

Supreme Court Judgment No. 8475/2540

สิทธิที่จะได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตามสัญญาเช่าซื้อไม่ใช่สิทธิเฉพาะตัว เมื่อผู้เช่าซื้อตาย ทายาทจึงสืบสิทธิของผู้เช่าซื้อได้ และจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกซึ่งมีหน้าที่ ตามกฎหมายที่จะต้องจัดการแบ่งปันทรัพ…

Supreme Court Judgment No. 699/2537

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาจ้างจำเลยที่ 1 ให้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้านโจทก์ตามสัญญาจ้างท้ายฟ้อง ตามสัญญาดังกล่าวจำเลยที่ 1 จะต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งของโจทก์หรือบุคคลที่โจทก์มอบหมาย ห…

Supreme Court Judgment No. 322/2534

จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้เงินกู้ให้โจทก์ภายในอายุความ อายุความฟ้องเรียกเงินกู้สะดุดหยุดลงต้องเริ่มนับอายุความกันใหม่ตั้งแต่วันสิ้นกำหนดเวลาที่จำเลยทำสัญญาว่าจะนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ เมื่อหนี้เงินต้นยัง…

Supreme Court Judgment No. 3150/2532

โจทก์เป็นกรมในรัฐบาล มิได้ทำการขายปุ๋ยแก่บุคคลทั่วไปแต่รัฐบาลได้จัดทำโครงการช่วยเหลือเกษตรกรโดยให้โจทก์จัดหาปุ๋ยมาขายแก่เกษตรกรในราคาถูก การขายสินค้าของโจทก์มิใช่เป็นการหากำไร โจทก์จึงมิใช่พ่อค้าตามปร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up