Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5019/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การยอมความจะต้องประสงค์จะระงับข้อพิพาท มิใช่เพียงเป็นข้อตกลงโดยมีเงื่อนไขเพื่อนำไปสู่การระงับข้อพิพาท คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ โจทก์ร่วมและจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยตกลงกันว่า สัญญาประนีประนอมยอมความทำขึ้นเพื่อเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่แล้วเวลานี้ทั้งในทางแพ่งและทางอาญา และที่จะมีขึ้นต่อไปในอนาคตของบุคคลผู้ที่เป็นคู่สัญญาซึ่งได้ลงนามไว้ท้ายสัญญานี้ และให้ถือเอาข้อความตามสัญญานี้มีผลเป็นการตกลงและยอมรับกันของคู่สัญญาทุกฝ่ายเกี่ยวกับคดีและได้รับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกซึ่งได้กล่าวถึงคดีนี้ด้วย ข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นการยอมความระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลยและทายาทอื่นเพื่อระงับข้อพิพาท สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์และโจทก์ร่วมย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353, 354 และสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่จำเลยกระทำผิดหน้าที่และยักยอกไปแก่กองมรดกด้วย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายวิชาญ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 354 บทหนึ่ง และความผิดตามมาตรา 353 ประกอบมาตรา 354 อีกบทหนึ่ง เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 353 ประกอบมาตรา 354 เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 1 ปี และปรับ 6,000 บาท ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่จำเลยกระทำผิดหน้าที่และยักยอกไปแก่กองมรดก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นควรหยิบยกฎีกาของจำเลยว่า สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์และโจทก์ร่วมระงับไปโดยการยอมความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) แล้วหรือไม่ ขึ้นวินิจฉัยก่อน ปัญหาดังกล่าวนี้จำเลยได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยให้ ทั้งที่เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ปัญหานี้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยเสียก่อนว่าโจทก์ร่วมได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เห็นว่า ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำแถลงว่า โจทก์ร่วมและจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว สิทธิในการนำคดีมาฟ้องย่อมระงับไป

ขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่ายคดี ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลชั้นต้นสอบถามโจทก์และโจทก์ร่วมว่า ได้มีการทำสัญญาตามที่จำเลยแถลงหรือไม่ ในการสอบโจทก์และโจทก์ร่วมสองครั้งแรกไม่อาจสอบโจทก์ร่วมได้ ศาลชั้นต้นจึงได้ส่งหมายเรียกและสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความให้โจทก์ร่วมไปยังที่อยู่ตามที่ปรากฏในคำเบิกความของโจทก์ร่วมและตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ในหมายระบุด้วยว่าให้คัดค้านก่อนหรือในวันนัด มิฉะนั้นถือว่าไม่คัดค้าน ต่อมาถึงวันนัดโจทก์ร่วมไม่มาศาลและไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์ร่วมได้ทำสัญญาดังกล่าวกับจำเลยจริง มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่า สัญญาดังกล่าวเป็นการยอมความหรือไม่

เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปด้วยเหตุหลายประการ สำหรับความผิดต่อส่วนตัว สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปด้วยการถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความโดยถูกต้องตามกฎหมาย จากบทบัญญัติดังกล่าวคดีอาญาจึงอาจระงับด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งหรือหลายเหตุก็ได้ เช่นทั้งยอมความและถอนคำร้องทุกข์ อย่างไรก็ตามการยอมความจะต้องประสงค์จะระงับข้อพิพาท มิใช่เพียงเป็นข้อตกลงโดยมีเงื่อนไขเพื่อนำไปสู่การระงับข้อพิพาท สำหรับคดีนี้ได้ความว่า ภายหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ โจทก์ร่วมและจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยตกลงกันว่า สัญญาประนีประนอมยอมความฉบับนี้ทำขึ้นไว้เพื่อเป็นการระงับข้อพิพาทที่มีอยู่แล้วเวลานี้ทั้งในทางแพ่งและในทางอาญา และที่จะมีขึ้นต่อไปในอนาคตของบุคคลผู้ที่เป็นคู่สัญญาซึ่งได้ลงนามไว้ท้ายสัญญานี้ และให้ถือเอาข้อความตามสัญญานี้มีผลเป็นการตกลงและยอมรับกันของคู่สัญญาทุกฝ่ายเกี่ยวกับคดีและได้รับส่วนแบ่งทรัพย์มรดกของนายสุรชัย

เจ้ามรดกมีข้อความตามที่จะกล่าวต่อไปนี้ ซึ่งในข้อ 2 ของสัญญาดังกล่าวได้กล่าวถึงคดีนี้ด้วย และข้อตกลงยังกล่าวถึงการระงับคดีแพ่งที่ฟ้องร้องกันอยู่รวมทั้งข้อตกลงในการแบ่งทรัพย์และเงินอันเป็นมรดกระหว่างกัน ข้อตกลงดังกล่าวจึงเป็นการยอมความระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลยและทายาทอื่นเพื่อระงับข้อพิพาท สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์และโจทก์ร่วมย่อมระงับไป ตามบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น และคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองย่อมระงับไป โดยศาลฎีกาไม่จำต้องยกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาลงโทษจำเลย จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

Matter details

Panel of judges
ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · เมทินี ชโลธร · ประทีป ดุลพินิจธรรมา
Lower court
ศาลอาญา - นางสาวสุภา วิทยาอารีย์กุล
ศาลอุทธรณ์ - นายเรวัตร สกุลคล้อย
Supreme Court black case no.
อ.4782/2552
Trial court black case no.
อ3816/2546
Trial court red case no.
อ2470/2547
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3681/2568

การยอมความกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) หมายถึง การยอมความในทางอาญาเท่านั้น มิได้หมายความว่า เมื่อมีการยอมความกันไม่ว่าจะในเรื่องใดแล้ว จะทำให้คดีอาญาต้องระงับไปด้วย เมื่อผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า…

Supreme Court Judgment No. 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

Supreme Court Judgment No. 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

Supreme Court Judgment No. 2952/2567

ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้จำเลยที่ 1 นำเงินมาชดใช้ให้แก่ผู้ร้องทั้งสองจนเป็นที่พอใจและ…

Supreme Court Judgment No. 2232/2567

เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีในคดีส่วนอาญาออกจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาต้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up