Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5046/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำเป็นกฎหมายที่กำหนดขึ้นเพื่อความเป็นธรรมแก่ลูกจ้างและเพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ไม่ว่านายจ้างกับลูกจ้างยังมีความผูกพันเป็นนายจ้างลูกจ้างกันอยู่หรือไม่ก็ตาม นายจ้างลูกจ้างจะทำข้อตกลงหรือสัญญาใด ๆ ซึ่งมีผลทำให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้หาได้ไม่ ดังนั้น สัญญาที่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างทำกับจำเลยนายจ้างสละสิทธิหรือไม่ติดใจเรียกร้องเงินใด ๆ จากจำเลย ซึ่งหมายถึงค่าจ้างเพิ่มที่โจทก์จะพึงเรียกได้ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อประกาศดังกล่าวไม่มีผลใช้บังคับ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ไม่ใช่เป็นเงินที่กฎหมายบังคับให้นายจ้างให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างหรือเป็นกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ลูกจ้างจึงมีอำนาจที่จะสละสิทธิเรียกร้องได้ โจทก์จะได้รับค่าจ้างเพิ่มให้เท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นจำนวนเท่าใด คู่ความยังโต้เถียงกันในเรื่องค่าจ้างของโจทก์แต่ละคนและโจทก์บางคนมีสิทธิได้รับหรือไม่อยู่ ศาลฎีกาย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในประเด็นนี้ต่อไป

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 113 ป.พ.พ. Section 582 ป.วิ.พ. Section 243 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 56

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาคดีสองสำนวนเข้าด้วยกัน

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่าโจทก์ทั้งยี่สิบแปดเป็นลูกจ้างของโรงพยาบาลแวนแซนด์วูด จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสองจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ปิดกิจการโรงพยาบาลจำเลยที่ ๒ และเลิกจ้างโจทก์ทุกคนโดยอ้างว่าเพื่อต้องการปรับปรุงกิจการของโรงพยาบาล การกระทำของจำเลยเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แต่ไม่จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างที่ขาดจากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เงินเพิ่มและดอกเบี้ย ค่าเสียหายและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

จำเลยทั้งสองให้การว่า เกิดเหตุแตกแยกในบุคคลากรของโรงพยาบาลจนไม่อาจดำเนินกิจการต่อไปได้ จำเลยที่ ๑ ต้องปิดกิจการโรงพยาบาลจำเลยที่ ๒ และจ่ายเงินสะสมและค่าชดเชยให้โจทก์ โจทก์ทุกคนตกลงยินยอมไม่เรียกร้องสิ่งใดจากจำเลยที่ ๑ อีก และโจทก์ที่ ๑ มิได้เป็นลูกจ้างของจำเลย โจทก์ส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างเกินกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตัวเลขตามบัญชีท้ายฟ้องไม่ตรงความจริงขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาของศาลแรงงานกลาง โจทก์ที่ ๙ ขอถอนฟ้องศาลแรงงานกลางอนุญาตให้จำหน่ายคดีสำหรับโจทก์ที่ ๙

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ มิใช่นายจ้างโจทก์ จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์เพราะมีเหตุปั่นป่วนในโรงพยาบาล จำเลยที่ ๑ จำต้องปิดกิจการและเลิกจ้างโจทก์ ไม่เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม สำหรับค่าจ้างเพิ่มให้เท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ทุกคนเว้นโจทก์ที่ ๑๘ ได้ทำบันทึกข้อตกลงไว้ว่าขอสละสิทธิหรือไม่ติดใจเรียกร้องเงินใด ๆ จากจำเลยที่ ๑ อีก โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้อง โจทก์ที่ ๑๘ ลาออกจากงานด้วยความสมัครใจ มีสิทธิเรียกค่าจ้างเพิ่มย้อนหลังไป ๒ ปี เป็นเงิน ๒,๘๙๐ บาท และไม่ถือว่าจำเลยที่ ๑ จงใจผิดนัดจ่ายค่าจ้าง จึงไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ จ่ายค่าจ้างเพิ่มให้แก่โจทก์ที่ ๑๘ เป็นเงิน ๒,๘๙๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยคำขออื่นของโจทก์ที่ ๑๘ และฟ้องของโจทก์อื่นให้ยก

โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจัยว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยออกประกาศโดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒(๔) และข้อ ๑๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๕ นั้น คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดขึ้นโดยพิจารณาถึงการครองชีพ มาตรฐานการครองชีพ และข้อเท็จจริงอื่น ๆ ซึ่งลูกจ้างในแต่ละท้องถิ่นจะสามารถดำรงชีพอยู่ได้ จึงเป็นกฎหมายที่กำหนดขึ้นเพื่อความเป็นธรรมแก่ลูกจ้างและเพื่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ฉะนั้น ไม่ว่าในระหว่างที่นายจ้างกับลูกจ้างยังมีความผูกพันเป็นนายจ้างลูกจ้างกันอยู่ หรือสิ้นความผูกพันกันแล้วก็ตาม

นายจ้างลูกจ้างจะทำข้อตกลงหรือสัญญาใด ๆ ซึ่งมีผลทำให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างต่ำกว่าหรือน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้หาได้ไม่ การที่โจทก์ที่ ๑ ทำสัญญากับจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย จ.๑๐, จ.๑๑ และโจทก์ที่ ๒ ถึง ๒๘ (เว้นแต่โจทก์ที่ ๑๘) ทำสัญญาไว้กับจำเลยที่ ๑ ตามเอกสารหมาย ล.๕ ว่าโจทก์สละสิทธิหรือไม่ติดใจเรียกร้องเงินใด ๆ จากจำเลยที่ ๑ อีก ซึ่งหมายความรวมถึงค่าจ้างเพิ่ม ซึ่งโจทก์จะพึงเรียกได้ตามกฎหมายนั้น จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ไม่มีผลใช้บังคับ จำเลยที่ ๑ ต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มในช่วง ๒ ปีที่ยังไม่ขาดอายุความตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางให้แก่โจทก์ที่ ๑ ถึงโจทก์ที่ ๒๗ (เว้นแต่โจทก์ที่ ๙ และโจทก์ที่ ๑๘)

ส่วนสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๒ นั้น ไม่ใช่เป็นเงินที่กฎหมายบังคับให้นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง เมื่อเลิกจ้างหรือเป็นกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ลูกจ้างจึงมีอำนาจที่จะสละสิทธิเรียกร้องได้ เมื่อโจทก์ได้ทำเอกสารสละสิทธิเรียกร้องดังกล่าวแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ สำหรับค่าจ้างเพิ่มให้เท่ากับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของโจทก์แต่ละคนเป็นจำนวนเท่าใดนั้น คู่ความยังโต้เถียงกันในเรื่องค่าจ้างของโจทก์แต่ละคนและโจทก์บางคนมีสิทธิได้รับหรือไม่อยู่ จึงเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในประเด็นนี้ต่อไป

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างเพิ่มให้แก่โจทก์ที่ ๑ ถึงโจทก์ที่ ๒๗ (เว้นโจทก์ที่ ๙ และที่ ๑๘) พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ศาลแรงงานกลางดำเนินกระบวนพิจารณาเฉพาะในส่วนนี้ต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

Matter details

Panel of judges
สุพจน์ นาถะพินธุ · มาโนช เพียรสนอง · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายไพรัช สันติเสวีศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

Supreme Court Judgment No. 7842/2547

คำพิพากษาของศาลฎีกาที่ให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม ถ้าไม่สามารถรับโจทก์กลับเข้าทำงานได้ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย เงินบำเหน็จ เงินสะสม และค่าเ…

Supreme Court Judgment No. 3355/2542

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ข้อบังคับในการทำงานกำหนดว่า วันหยุดพักผ่อนประจำปีผู้ปฏิบัติงานจะสะสมไม่ได้ และผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี จำเลยจะถือว่าผู้นั้นสละสิทธิในการหยุดพักผ่อนประจำปี โดยไม…

Supreme Court Judgment No. 2508/2541

แม้ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 45 บัญญัติว่า ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามข้อ 47 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนที่ลูกจ้าง…

Supreme Court Judgment No. 1043/2541

พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1กรกฎาคม 2537 เป็นต้นไป เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2538 ป.บุตรโจทก์ที่ 1 และเป็นบิดาโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้จำเลยผู้เป็นนา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up