เนื้อความคำพิพากษา
โจทก์จำเลยเคยเป็นสามีภริยากันมาแต่อย่าร้างขาดจากกัน บัดนี้โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ขับไล่อ้างว่าที่รายพิพาทเป็นที่ซึ่ง ก.สามีใหม่ของโจทก์ได้ขอจับจองได้ครอบครองทำมา ศาลฎีกาตัดสินว่าที่รายพิพาทเป็นที่มือเปล่า แม้จะฟังตามคำพะยานจำเลยว่า ต.ได้ขอจับจองทับที่ของจำเลยก็ตาม เมื่อจำเลยมิได้ฟ้องร้องเสียภายในกำหนด ๑ ปี ก.ก็ย่อมได้สิทธิในที่พิพาทนี้ตามประมวลแพ่งฯ ม.๑๓๗๕ ที่จำเลยเถียงว่าได้เข้าครอบครองที่พิพาทโดยไม่รู้ว่ามีการจับจองมาตั้ง ๘ ปีโดยโจทก์หรือ ก.มิได้ทักท้วงต้องถือว่าการละทิ้งขาดอายุความนั้นปรากฎว่าโจทก์กับ ก.ได้ย้ายไปปลูกเรือนอยู่ห่างจากที่พิพาทเพียง ๑๐ วา และได้ให้บุตร์เก่าที่เกิดกับจำเลยครอบครองแทนต่อมา จำเลยเข้ามาอยู่ในที่พิพาทรวมกันบุตร์ เช่นนี้เห็นว่าสิทธิครอบครองของโจทก์ยังต่อเนื่องกัน บุตร์โจทก์ออกจากที่พิพาทไปไม่ถึง ๑ ปี โจทก์จึงยังไม่ขาดสิทธิครอบครองและมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้