คำฟ้องและคำให้การ
โจทย์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่ของโจทย์ ขอให้ขับไล่ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าที่พิภาษเปนมฤดกซึ่งโจทย์จำเลยมีส่วนควรได้ด้วยกัน แม้โจทย์จะฟ้องขอให้ขับไล่ฤาเรียกที่ทั้งหมด ศาลก็มีอำนาจตัดสินให้แบ่งเปนมฤดกได้ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาแพ่งมาตรา ๓๙ ข้อ ๒ จึงตัดสินแบ่งที่รายนี้แก่โจทย์จำเลยคนละครึ่ง ฎีกาเห็นว่าแม้ข้อเท็จจริงจะฟังดังความเห็นศาลอุทธรณ์ก็ดี ศาลอุทธรณ์ก็ไม่มีอำนาจตัดสินให้แบ่งที่ทั้งหมดได้ เพราะโจทย์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่ฉะเพาะกว้าง ๖ วายาว ๓ เส้น ๑๕ วา ไม่ได้กล่าวหาเต็มเนื้อที่ ฉนั้นการที่จะเอาเนื้อที่ทั้งหมดมาแบ่งเปนมฤดกก็เป็นการเกินฟ้องของโจทย์ไป
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าน่าที่ของศาลฎีกาควรวินิจฉัยแต่ฉะเพาะเนื้อที่ที่โจทย์ฟ้อง แลเห็นว่าที่ที่โจทย์ฟ้องนี้เปนที่มฤดกโจทย์จำเลยได้ปกครองมาด้วยกันโจทย์จะไล่ไม่ได้ แต่ครั้นจะแบ่งให้ฉะเพาะเท่าที่โจทย์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุก ก็เห็นว่าเป็นที่ดินส่วนน้อย คดีอาจไม่เลิกแล้วกันได้ในขั้นนี้ จึงตัดสินยกฟ้องโจทย์