Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5084/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้เสียหายทั้งสองถูกจำเลยหลอกลวงว่าจำเลยสามารถส่งคนไปทำงานในประเทศคูเวตได้โดยเรียกค่าบริการคนละ 30,000 บาท ผู้เสียหายทั้งสองหลงเชื่อมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยไป ความจริงจำเลยไม่สามารถส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศได้แต่อย่างใด ในขณะที่จำเลยพูดหลอกลวงนั้นมีคนอื่นอีก 8 คนอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ แล้วจำเลยพาผู้เสียหายไปอยู่ในบ้านซึ่งจำเลยเช่าให้คนหางานพักอาศัยอยู่ประมาณ 30-40 คน พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนซึ่งหมายถึงบุคคลทั่วไปจำเลยจึงมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคแรก ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ประกอบธุรกิจจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศหรือได้ส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศมาบ้างแล้วประกอบกับทางพิจารณารับฟังได้ว่าจำเลยมิได้เจตนาจัดหางานให้แก่คนหางานแต่ประการใด จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528มาตรา 30,82.

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 59 ป.อ. Section 343 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 Section 30 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 Section 82

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343, 91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา30, 82 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายทั้งสองคนละ 30,000 บาทและนับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 145/2530 ของศาลชั้นต้นจำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 ให้จำคุก 5 ปี และมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 82 อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุก3 ปี รวมจำคุก 8 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ให้จำเลยชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายทั้งสองคนละ 30,000 บาท ส่วนที่ขอให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 145/2530 ให้ยกเพราะศาลยังไม่ได้พิพากษาจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำคุกมีกำหนด 2 ปี ยกฟ้องในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาโจทก์ข้อแรกมีว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรกหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้เสียหายทั้งสองถูกจำเลยหลอกลวงว่าจำเลยสามารถส่งคนไปทำงานในประเทศคูเวต

ได้ จำเลยเรียกค่าบริการคนละ 30,000 บาท ผู้เสียหายทั้งสองหลงเชื่อมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยไป ความจริงจำเลยไม่สามารถส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศได้แต่อย่างใดและมิได้ดำเนินการติดต่อกับบริษัทหรือหน่วยงานใด ๆในต่างประเทศ ประกอบกับได้ความจากคำเบิกความของนายสายันต์ผู้เสียหายว่า ในขณะที่จำเลยพูดหลอกลวงนั้นมีคนอื่นอีก 8 คน อยู่ในสถานที่เกิดเหตุคือบริษัทกุหลาบไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานให้แก่คนหางาน ต่อมาวันที่ 15 มิถุนายน 2529 จำเลยได้พานายสายันต์ผู้เสียหายกับพวกอีกประมาณ 10 คนไปที่สนามบินดอนเมือง แล้วจำเลยบอกว่าเครื่องบินเต็มไม่สามารถไปทำงานต่างประเทศได้ นัดให้มาใหม่ในวันที่ 22 เดือนเดียวกันโดยบอกว่าจะไปทำงานในต่างประเทศในวันดังกล่าว

ครั้นถึงวันนัดจำเลยไม่ได้พาไปที่สนามบินดอนเมืองแต่พาไปพักอาศัยอยู่กับบิดาของจำเลยที่จังหวัดสุพรรณบุรีพักอยู่นาน 3 เดือนเศษ จำเลยจึงพามาอยู่ที่ซอยลาดพร้าว 30 โดยให้อยู่กับนายเหมผู้เสียหายอีกคนหนึ่งในบ้านซึ่งจำเลยเช่าให้คนหางานพักอาศัยอยู่ประมาณ 30 ถึง 40 คน ตามพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวมานี้ชี้ให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน ซึ่งหมายถึงบุคคลทั่วไปหาได้มีเจตนาโดยจำเลยเฉพาะผู้เสียหายทั้งสองเท่านั้นไม่ ดังจะเห็นได้จากการที่จำเลยเช่าบ้านให้คนหางานพักอาศัยอยู่ประมาณ 30 ถึง 40 คน และได้พาคนหางานประมาณ 10 คนไปยังสนามบินดอนเมืองพร้อมกับผู้เสียหายทั้งสองด้วย นอกจากนี้ยังปรากฏตามคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนตามเอกสารหมายจ.3 ซึ่งจำเลยยอมรับว่ามีการประกาศแก่บุคคลทั่วไปจริง จึงรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคแรกปัญหาข้อต่อไปมีว่า

จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ประกอบธุรกิจจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศหรือได้ส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศมาบ้างแล้วประกอบกับทางพิจารณารับฟังได้ว่าจำเลยมิได้มีเจตนาจัดหางานให้แก่คนหางานแต่ประการใด จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าวพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคแรก ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6009/2533

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน โจทก์กลับบรรยายฟ้องว่า ความจริงจำเลยกับพวกมิได้มีความสามารถในการจัดหางานให้แก่ผู้เสียหายและป…

Supreme Court Judgment No. 6114/2537

ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์ฐานฉ้อโกงประชาชน แม้จะมีข้อความ ว่าจำเลยทั้งสองกับพวกไม่สามารถจัดให้คนหางานได้ทำงาน ในต่างประเทศโดยได้รับค่าจ้างตามที่จำเลยทั้งสองกับพวกกล่าวอ้าง แต่ก็ไม่มีข้อความใดที่แสดงให้เห็นว…

Supreme Court Judgment No. 5969/2537

โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายว่าจำเลยสามารถจัดหางานและส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศได้ โดยจะได้รับเงินค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวนมาก ซึ่งเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยทั้งสามไ…

Supreme Court Judgment No. 6019/2533

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า จำเลยเป็นตัวแทนจัดหางานของบริษัทจัดหางาน ส. ผู้รับอนุญาตสามารถจัดหางานให้ประชาชนคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ความจริงจำเลยไม่ได้เป็…

Supreme Court Judgment No. 2724/2532

จำเลยเป็นผู้ติดต่อชักจูงให้ผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศ และรับเงินบางส่วนจากผู้เสียหายไว้ ทั้งยังเป็นผู้เขียนแผนที่ให้ผู้เสียหายเดินทางไปหาพวกจำเลยที่กรุงเทพฯ เมื่อผู้เสียหายไม่ได้เดินทางไปทำงาน จำเลยก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up