Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5093/2565

พ.ศ. 2565 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หลังจากโจทก์ร่วมโอนที่ดินพร้อมอาคารให้บุตรสาวแล้วได้มีหนังสือแจ้งจําเลยว่า โจทก์ร่วมได้รับมอบอำนาจจากบุตรสาวให้เป็นตัวแทนทำสัญญาเช่ากับจําเลย เป็นการแสดงให้เห็นว่า โจทก์ร่วมและผู้รับโอนที่ดินพร้อมอาคารยังมีเจตนาที่จะปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความอยู่ การที่จําเลยมีหนังสือขอหลักฐานการรับมอบอำนาจของโจทก์ร่วมพร้อมกับขอลดค่าเช่าจากเดิมที่ระบุไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความแสดงให้เห็นว่า จําเลยมิได้ประสงค์จะปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำกันไว้ แต่ยื่นข้อเสนอใหม่ที่แตกต่างจากข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความ หลังจากนั้นจําเลยก็ไม่ได้ทำสัญญาเช่ากับบุตรสาวของโจทก์ร่วม ทั้งหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ออกหลังจากสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคารพิพาทระหว่างโจทก์ร่วมกับจําเลยสิ้นสุดไปแล้ว จึงเชื่อได้ว่า ขณะศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี จําเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ คำสั่งของศาลที่หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีไม่มีเหตุให้เพิกถอนหมายบังคับคดี หรือยกเลิกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและงดการบังคับคดี

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยพร้อมบริวารออกไปจากตึกแถว 2 คูหา บนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 348 กับให้ชดใช้ค่าเสียหายอัตราเดือนละ 10,000 บาท นับตั้งแต่วันกระทำละเมิดจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 270,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ และค่าเสียหายอัตราดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยพร้อมบริวารจะออกไปจากตึกแถวและที่ดินดังกล่าว

จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง นางสาวสุดาพร ร้องสอดขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม อ้างว่าระหว่างพิจารณาคดีนี้โจทก์ได้ยกตึกแถวพร้อมที่ดินตามฟ้องให้ตนแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาโจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความสรุปความว่า ข้อ.1 จำเลยตกลงชำระค่าเสียหาย 120,000 บาท และค่าเช่าตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2560 ถึงวันที่ 22 มกราคม 2561 เป็นเงิน 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 170,000 บาท ให้แก่โจทก์ร่วมภายในวันที่ 18 กันยายน 2560 ข้อ.2 โจทก์ร่วมยินยอมให้จำเลยเช่าที่ดินพร้อมตึกแถวดังกล่าวอีก 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 22 มกราคม 2562 อัตราค่าเช่า 50,000 บาท โดยจะชำระค่าเช่าล่วงหน้าในวันทำสัญญาเช่า และในปีถัดไปจำเลยยอมให้โจทก์ร่วมขึ้นค่าเช่าเป็นปีละ 60,000 บาท ข้อ.3 หากจำเลยผิดนัดข้อหนึ่งข้อใดถือว่าผิดนัดทั้งหมดให้โจทก์กับโจทก์ร่วมบังคับคดีได้ทันที โดยให้ขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินได้ทันที...

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม วันที่ 14 มกราคม 2563 โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกไปจากตึกแถวและที่ดินดังกล่าวและเรียกค่าเสียหายปีละ 60,000 บาท นับแต่วันที่จำเลยพร้อมบริวารอยู่โดยละเมิดจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินออกไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีวันที่ 15 มกราคม 2563 และออกหมายบังคับคดีวันที่ 28 มกราคม 2563 แต่หมายบังคับคดีพิมพ์นามสกุลโจทก์ร่วมผิดพลาดจึงมีการออกหมายบังคับคดีใหม่วันที่ 18 มิถุนายน 2563 จำเลยยื่นคำร้องว่า โจทก์ร่วมยื่นคำร้องในวันที่ 14 มกราคม 2563 โดยจำเลยไม่ได้ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอม หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ร่วมเป็นฝ่ายผิดสัญญาข้อ.2 เนื่องจากได้โอนตึกแถวพร้อมที่ดินให้แก่บุคคลอื่นแล้วให้จำเลยไปตกลงเช่ากับเจ้าของคนใหม่เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต ขอให้เพิกถอนหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์ร่วมคัดค้านว่า ระหว่างอายุสัญญาเช่าโจทก์ร่วมได้ยกตึกแถวพร้อมที่ดินให้แก่นางสาวปริญญา ต่อมาฝ่ายโจทก์ร่วมมีหนังสือสอบถามจำเลยเรื่องการเช่าต่อแต่จำเลยไม่ตอบกลับมา ทั้งยังขอลดค่าเช่าอันมิได้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีออกโดยชอบด้วยกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคำสั่งหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุเพิกถอนหมายบังคับคดี ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและเพิกถอนหมายบังคับคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์ร่วมกับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้วโจทก์ร่วมกับจำเลยได้ทำสัญญาเช่าตึกแถวพร้อมที่ดินตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ.2 มีกำหนดเวลาเช่า 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2562 สิ้นสุดกำหนดเวลาเช่าวันที่ 22 มกราคม 2563 จำเลยชำระค่าเช่า 60,000 บาท ให้แก่โจทก์ร่วมครบถ้วนแล้วตามสัญญาเช่าที่ดิน ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและออกหมายบังคับคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความจากการไต่สวนพยานหลักฐานของโจทก์ร่วมว่า หลังจากโจทก์ร่วมโอนที่ดินพร้อมอาคารให้กับบุตรสาวของโจทก์ร่วมแล้วได้มีหนังสือแจ้งจำเลยว่าโจทก์ร่วมได้รับมอบอำนาจจากบุตรสาวให้เป็นตัวแทนทำสัญญาเช่ากับจำเลยซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าโจทก์ร่วมและผู้รับโอนที่ดินพร้อมอาคารยังมีเจตนาที่จะปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความอยู่

การที่จำเลยกลับมีหนังสือขอหลักฐานการรับมอบอำนาจของโจทก์ร่วมพร้อมกับขอลดค่าเช่าจากเดิมที่ระบุไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความในอัตราปีละ 60,000 บาท เหลือปีละ 45,000 บาท โดยจะขอแบ่งจ่ายเป็น 2 งวด งวดละ 22,500 บาท ชำระครั้งแรกไม่เกินวันที่ 31 มกราคม 2563 ครั้งที่สองไม่เกินวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า จำเลยมิได้ประสงค์จะปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำกันไว้แต่จำเลยกลับเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอของจำเลยขึ้นใหม่ที่แตกต่างจากข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความ หลังจากนั้นจำเลยก็ไม่ได้ทำสัญญาเช่ากับบุตรสาวของโจทก์ร่วมแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงยังได้ความจากหลักฐานในสำนวนและคำแถลงของเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ฉบับลงวันที่ 18 มิถุนายน 2563 หลังจากนั้นได้ปิดประกาศขับไล่จำเลย

จากข้อเท็จจริงที่ได้ความดังกล่าว เห็นว่า หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ออกหลังจากสัญญาเช่าที่ดินพร้อมอาคารพิพาทระหว่างโจทก์ร่วมกับจำเลยสิ้นสุดไปแล้ว จึงเชื่อได้ว่า ขณะศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้นจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาประนีประนอมยอมความตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษายอมแล้ว คำสั่งของศาล ที่มีคำสั่งหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีไม่มีเหตุให้เพิกถอนหมายบังคับคดี หรือยกเลิกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและงดการบังคับคดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อรุณ เรืองเพชร · อรพงษ์ ศิริกานต์นนท์ · นัยนาวุธ จันทร์จำเริญ
Lower court
ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นางกาญจนา ผาณิตมาส
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายเกรียงศักดิ์ ดำรงศักดิ์ศิริ
Supreme Court black case no.
พ.480/2565
Trial court red case no.
พ.390/2560
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3001/2568

การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู…

Supreme Court Judgment No. 928/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยระบุเพียงว่าโจทก์ตกลงจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 14535 ตามแผนที่พิพาทท้ายสัญญาประนีประนอมยอมความที่อยู่ทิศเหนือเส้นสีน้ำเงินให้แก่จำเลย โดยจำเลยต้…

Supreme Court Judgment No. 788/2567

มาตรา 22 และ 24 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจจัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ เก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่…

Supreme Court Judgment No. 5437/2567

ประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้ระบุเงื่อนไขการเข้าเสนอราคาให้ชัดแจ้งว่า ผู้เข้าเสนอราคาที่เป็นผู้มีสิทธิขอหักส่วนได้ใช้แทนนั้นต้องเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิเหนือที่ดินที่ขายตามคำชี้ขาดของ…

Supreme Court Judgment No. 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up