Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5108/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้รถบรรทุกที่โจทก์รับประกันภัยไว้จะสูญหายไปในขณะที่จอดไว้ที่ลานจอดรถของโรงแรม ร. แต่โจทก์ก็นำสืบว่า เหตุที่ ป. นำรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถของโรงแรม ร. เนื่องจากรถบรรทุกมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถนำเข้าไปในลานจอดรถของโรงแรมจำเลยได้เพราะประตูทางเข้าโรงแรมจำเลยมีเหล็กกั้นความสูงอยู่พนักงานของโรงแรมจำเลยจึงบอกให้ ป. นำรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถของโรงแรม ร. วิธีปฏิบัติซึ่งโรงแรมจำเลยอาศัยพึ่งพิงลานจอดรถของโรงแรม ร. เสมือนเป็นลานจอดรถของตนในกรณีที่รถยนต์ของลูกค้าของโรงแรมจำเลยเป็นรถขนาดใหญ่และไม่สามารถเข้าไปจอดในลานจอดรถของโรงแรมจำเลยได้ และน่าจะได้รับความยินยอมจากโรงแรม ร. เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้นย่อมเป็นการยากที่บุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่ลูกค้าของโรงแรม ร. จะสามารถนำรถเข้าไปจอดภายในลานจอดรถของโรงแรมได้ เมื่อรถบรรทุกที่โจทก์รับประกันภัยไว้สูญหายไป จำเลยในฐานะเจ้าสำนักโรงแรมจึงต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใดๆ อันเกิดแก่ทรัพย์สินซึ่ง ป. คนเดินทางหรือแขกอาศัยได้พามาตาม ป.พ.พ. มาตรา 674

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงิน 2,043,750 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 5 มกราคม 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 43,750 บาท (ฟ้องวันที่ 20 เมษายน 2550) กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 9,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 1,800,000 บาท เท่าราคาตามสภาพรถบรรทุกคันพิพาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 5 มกราคม 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 9,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า โจทก์รับประกันภัยรถบรรทุกหมายเลขทะเบียน 96 - 0232 กรุงเทพมหานคร ไว้จากบริษัทซีโน - แปซิฟิคเทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด มีกำหนดระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2550 จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการโรงแรม ชื่อโรงแรมเกสท์เฮ้าส์ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2549 เวลาประมาณ 19.50 นาฬิกา นายประเสริฐ และนายอานนท์ พนักงานของบริษัทซีโน - แปซิฟิคเทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เข้าพักที่โรงแรมเกสท์เฮ้าส์ของจำเลยห้องพักเลขที่ 414 เป็นเวลา 3 คืน โดยในช่วงเวลากลางวันนายประเสริฐจะขับรถบรรทุกคันดังกล่าวพานายอานนท์ไปส่งของให้ลูกค้า

ส่วนช่วงเวลากลางคืนจะนำรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถของโรงแรมราชพฤกษ์ ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2549 เวลาประมาณ 18 นาฬิกา หลังจากส่งสินค้าให้ลูกค้าเสร็จแล้ว นายประเสริฐขับรถบรรทุกที่โจทก์รับประกันภัยไว้ไปจอดในลานจอดรถของโรงแรมราชพฤกษ์ที่บริเวณตามภาพถ่าย ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่มีเครื่องหมายดอกจัน ต่อมาในช่วงเช้าของวันที่ 19 พฤศจิกายน 2549 เวลา 7.30 นาฬิกา นายประเสริฐไปที่ลานจอดรถ ปรากฏว่ารถบรรทุกสูญหายไป นายประเสริฐแจ้งให้พนักงานของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์ทราบ และไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 2,000,000 บาท ตามจำนวนทุนประกัน แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า

จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า แม้รถบรรทุกที่โจทก์รับประกันภัยไว้จะสูญหายไปในขณะที่จอดไว้ที่ลานจอดรถของโรงแรมราชพฤกษ์ แต่โจทก์ก็นำสืบว่า เหตุที่นายประเสริฐนำรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถของโรงแรมราชพฤกษ์เนื่องจากรถบรรทุกมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถนำเข้าไปจอดในลานจอดรถของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์ได้เพราะประตูทางเข้าโรงแรมเกสท์เฮ้าส์มีเหล็กกั้นความสูงอยู่ พนักงานของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์จึงบอกให้นายประเสริฐนำรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถของโรงแรมราชพฤกษ์ ซึ่งในข้อนี้ได้ความจากนายชัยศักดิ์ ผู้จัดการโรงแรมเกสท์เฮ้าส์ว่า ประตูทางเข้าโรงแรมมีเสา 2 ต้นและมีคานบนสูงจากพื้นประมาณเกือบ 3 เมตร และได้ความจากนายทนงศักดิ์

พนักงานของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์ว่า นายทนงศักดิ์เคยบอกให้ลูกค้าของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์นำรถไปจอดที่บริเวณลานจอดรถของโรงแรมราชพฤกษ์ อันเป็นการเจือสมกับพยานโจทก์ นอกจากนี้โจทก์ยังนำสืบอีกว่า ลานจอดรถของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์ เมื่อจำเลยไม่ได้นำสืบโต้แย้ง จึงต้องรับฟังว่าลานจอดรถของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์ และเมื่อจำเลยนำสืบว่าโรงแรมเกสท์เฮ้าส์มีลานจอดรถ 2 แห่ง ถนนด้านหน้าโรงแรม และด้านทิศตะวันออกของโรงแรม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับภาพถ่ายแล้วจะเห็นว่าตรงกับตำแหน่งลานจอดรถบริเวณหมายเลข 2 ที่อยู่ด้านทิศตะวันออกของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์ ซึ่งลานจอดรถดังกล่าวปรากฏว่ามีโครงหลังคายาวตลอดแนว เมื่อพิเคราะห์ถึงความสูงของรถบรรทุกที่โจทก์รับประกันภัยไว้ ซึ่งเป็นรถบรรทุกหกล้อขนาดใหญ่

ย่อมไม่สามารถขับผ่านประตูทางเข้าลานจอดรถที่มีคานกั้นสูงเพียงประมาณ 3 เมตร และไม่สามารถนำเข้าไปจอดที่ลานจอดรถที่มีโครงหลังคาดังกล่าวได้ ดังนั้น ข้อที่นายประเสริฐและนายอานนท์เบิกความว่า นายประเสริฐไม่สามารถขับรถเข้าไปจอดในลานจอดรถของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์ได้เพราะเป็นรถขนาดใหญ่ และพนักงานของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์บอกให้นำรถไปจอดที่ลานจอดรถของโรงแรมราชพฤกษ์จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยรับฟังไม่ได้ดังที่จำเลยฎีกา และแม้ต่อมานายทนงศักดิ์จะเบิกความใหม่ว่าตนไม่เคยบอกให้ลูกค้านำรถไปจอดที่ลานจอดรถของโรงแรมราชพฤกษ์ ก็น่าเชื่อว่าจะเป็นการเบิกความเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่จำเลยมากกว่าที่จะเกิดจากความประหม่าตื่นเต้น

คำเบิกความในส่วนนี้ของนายทนงศักดิ์จึงไม่น่าเชื่อถือ ทั้งพฤติการณ์ที่นายประเสริฐเข้าพักที่โรงแรมเกสท์เฮ้าส์เป็นเวลาถึง 3 คืน โดยนายประเสริฐและนายอานนท์เบิกความยืนยันว่า ช่วงเวลาที่เข้าพักที่โรงแรมเกสท์เฮ้าส์ทั้ง 3 คืน ในช่วงกลางวัน นายประเสริฐกับนายอานนท์จะขับรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ไปส่งสินค้าให้ลูกค้า และในช่วงเย็นนายประเสริฐจะนำรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของโรงแรมราชพฤกษ์ จากนั้นจึงเข้าพักที่โรงแรมเกสท์เฮ้าส์ โดยนายประเสริฐยืนยันอีกว่า พนักงานของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์ทุกคนรู้จักนายประเสริฐ และทราบว่านายประเสริฐขับรถมาส่งสินค้าให้ลูกค้า เมื่อจำเลยไม่ได้นำสืบหรือถามค้านให้เห็นเป็นอย่างอื่น ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามทางนำสืบของโจทก์ว่า

ตลอด 3 คืนที่เข้าพักที่โรงแรมเกสท์เฮ้าส์ นายประเสริฐจะนำรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ไปจอดที่ลานจอดรถของโรงแรมราชพฤกษ์ตามที่พนักงานของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์บอก โดยไม่มีใครทักท้วงหรือห้ามไม่ให้นายประเสริฐนำรถเข้าไปจอด ดังนี้ ย่อมแสดงให้เห็นวิธีปฏิบัติว่า โรงแรมเกสท์เฮ้าส์อาศัยพึ่งพิงลานจอดรถของโรงแรมราชพฤกษ์เสมือนเป็นลานจอดรถของตนในกรณีที่รถยนต์ของลูกค้าของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์เป็นรถขนาดใหญ่และไม่สามารถเข้าไปจอดในลานจอดรถของโรงแรมเกสท์เฮ้าส์ได้ และน่าจะได้รับความยินยอมจากโรงแรมราชพฤกษ์ เพราะหากไม่เป็นเช่นนั้น ย่อมเป็นการยากที่บุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่ลูกค้าของโรงแรมราชพฤกษ์จะสามารถนำรถเข้าไปจอดภายในลานจอดรถของโรงแรมได้

เมื่อรถบรรทุกที่โจทก์รับประกันภัยไว้สูญหายไป จำเลยในฐานะเจ้าสำนักโรงแรมจึงต้องรับผิดเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใดๆ อันเกิดแก่ทรัพย์สินซึ่งนายประเสริฐคนเดินทางหรือแขกอาศัยได้พามา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 674 เมื่อโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับประโยชน์ไปตามสัญญาประกันภัยแล้ว ย่อมได้รับช่วงสิทธิมาเรียกร้องเอาจากจำเลยได้ ปัญหาว่าจำเลยต้องรับผิดเพียงใด นั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้วินิจฉัยในเรื่องดังกล่าวไว้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
วาสนา หงส์เจริญ · วิรุฬห์ แสงเทียน · ปิยกุล บุญเพิ่ม
Lower court
ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายถิรพันธ์ สุวรรณโรจน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายสันติ วงศ์รัตนานนท์
Supreme Court black case no.
พณ.397/2554
Trial court black case no.
พ548/2550
Trial court red case no.
พ499/2551
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 10154/2558

จำเลยประกอบธุรกิจโรงแรมจึงมีหน้าที่ต้องรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของคนเดินทางหรือแขกอาศัยหากได้พามา โรงแรมของจำเลยมีห้องพัก 48 ห้อง มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว มีพนักงานปฏิบัติหน้าที่ 2 คน อ. ทำหน้าที่…

Supreme Court Judgment No. 8010/2548

โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนรถยนต์คันเกิดเหตุที่หายไปให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว ย่อมรับช่วงสิทธิในค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวเท่านั้น ไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยส่งคืนรถยนต์คันเกิดเหตุแก่โจ…

Supreme Court Judgment No. 5005/2540

น.นำรถยนต์คันเกิดเหตุมาจอดไว้ในบริเวณลานจอดรถของโรงแรมจำเลยและรถยนต์คันดังกล่าวได้หายไป จำเลยจึงต้องรับผิดต่อ น. ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 674 แม้ น. จะมิได้แจ้งให้พนักงานของจำเลยทราบว่าได้น…

Supreme Court Judgment No. 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

Supreme Court Judgment No. 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up