Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5132/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ปัญหาว่าการที่โจทก์ฟ้องจำเลยแล้วถอนฟ้อง มาฟ้องคดีนี้เมื่อเกิน 6 เดือน นับแต่วันเกิดเหตุ จะถือว่าโจทก์ให้อภัยในเหตุประพฤติเนรคุณและคดีขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 533หรือไม่ และถอนคืนการให้ไม่ได้เพราะเป็นการให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยาตามมาตรา 535 หรือไม่ ไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์ยังมีที่ดินประมาณ 10 ไร่ ให้ผู้อื่นเช่าเก็บค่าเช่าเป็นรายปี ถ้าขายจะได้ราคาไม่น้อยกว่า 50,000 บาท และโจทก์สามารถดำรงชีพโดยอยู่อาศัยกับบุตรสาวอีกคนหนึ่ง ฐานะของโจทก์ยังไม่ถึงกับยากไร้ตามความหมายของมาตรา 531 (3) จำเลยด่าโจทก์ว่า "ที่ไปอำเภอนั้นไปเย็ดกับลูกเขย ให้แล้วเอากลับคืนหน้ามือเป็นหลังมือ หน้าตีนเป็นหลังตีน หัวหงอกแล้วแก่แล้วพูดไม่มียุติธรรม" ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง และเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงตามมาตรา 531(2) แล้ว หาจำต้องถึงกับเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาททางอาญาไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จำเลยที่ ๓ เป็นบุตรของจำเลยที่ ๑ โจทก์ได้ยกที่ดิน ๑ แปลง ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ โดยเสน่หา เมื่อโจทก์ยกที่ดินให้แล้วจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่เคยอุปการะเลี้ยงดูโจทก์เลย โจทก์ชราภาพและยากไร้ไม่สามารถประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองได้ ไม่มีบ้านเรือนอยู่อาศัย ต้องอาศัยบุตรคนอื่นอยู่อาศัยหลับนอนและให้อาหาร โจทก์เคยขออาศัยจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อยู่ด้วย จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่ยอมให้อยู่ ไม่ยอมให้เงินและอาหารทั้งที่สามารถจะให้ได้ เป็นการประพฤติเนรคุณ โจทก์จึงขอที่ดินคืน แต่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่ยอมคืนให้ และจำเลยที่ ๑ ได้ด่าว่าโจทก์ด้วยถ้อยคำหยาบคายซึ่งเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง และเพื่อไม่ให้โจทก์ถอนคืนการให้

จำเลยทั้งสามได้สมรู้กันแสดงเจตนาลวงโดยจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จดทะเบียนโอนขายที่ดินแก่จำเลยที่ ๓ โดยไม่มีเจตนาซื้อขายกันจริงแต่อย่างใด ขอให้พิพากษาว่า การจดทะเบียนโอนขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กับจำเลยที่ ๓ เป็นโมฆะ ให้เพิกถอน แล้วให้จำเลยที่ ๑และที่ ๒ จดทะเบียนโอนที่ดินคืนให้แก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้ความอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์อย่างดีตลอดมา โจทก์มีบ้านเรือนเป็นของตนเอง และมีที่ดินให้ผู้อื่นเช่าทำประโยชน์เนื้อที่ประมาณ๑๐ ไร่ โจทก์ไม่ยากไร้แต่อย่างใด จำเลยที่ ๑ ไม่เคยด่าว่าหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยถ้อยคำหยาบคายจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ขายที่พิพาทแก่จำเลยที่ ๓ โดยชอบ มิได้หลีกเลี่ยงการเพิกถอนและไม่มีเจตนาลวงแต่อย่างใด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า การจดทะเบียนซื้อขายของจำเลยทั้งสามเป็นโมฆะ ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ คืนที่ดินให้โจทก์

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาประการแรกว่าการที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๒แล้วถอนฟ้องมาฟ้องคดีนี้เมื่อเกิน ๖ เดือน นับแต่วันเกิดเหตุ จะถือว่าโจทก์ให้อภัยในเหตุประพฤติเนรคุณและคดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๓ ทั้งถอนคืนการให้ไม่ได้ เพราะเป็นการให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยาตามมาตรา ๕๓๕ หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มิได้ยกเป็นข้อต่อสู้ในคำให้การและในฟ้องอุทธรณ์ ทั้งไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้

ปัญหาต่อไปมีว่า จำเลยที่ ๑ที่ ๒ บอกปัดไม่ยอมให้สิ่งของจำเป็นเลี้ยงชีวิตแก่โจทก์ผู้ให้ในเวลาที่โจทก์ยากไร้ และจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ยังสามารถจะให้ได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ยังมีที่ดินเหลือประมาณ ๑๐ ไร่ โจทก์ให้คนเช่าเก็บค่าเช่าเป็นรายปี เพิ่งนำไปจำนองหลังเกิดเหตุพิพาทคดีนี้ ถ้าขายจะได้ราคาไม่น้อยกว่า๕๐,๐๐๐ บาท และโจทก์สามารถดำรงชีพโดยอยู่อาศัยกับบุตรสาวอีกคนหนึ่ง เห็นว่า ฐานะของโจทก์ยังไม่ถึงกับยากไร้ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๑ (๓)โจทก์ไม่อาจเพิกถอนการให้เพราะเหตุนี้ มีปัญหาต่อไปว่า จำเลยที่ ๑ ทำให้โจทก์ผู้ให้เสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๑ (๒) หรือไม่

ได้ความว่าจำเลยที่ ๑ ด่าโจทก์ว่า "ที่ไปอำเภอนั้นไปเย็ดกับลูกเขย ให้แล้วเอากลับคืนหน้ามือเป็นหลังมือ หน้าตีนเป็นหลังตีน หัวหงอกแล้วแก่แล้วพูดไม่มียุติธรรม" ถ้อยคำที่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นบุตรด่าโจทก์ดังกล่าวแสดงถึงการไม่เคารพยำเกรงถึงขั้นทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ทั้งเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๑ (๒) แล้ว หาจำต้องถึงกับเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาททางอาญาไม่ โจทก์มีสิทธิเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุจำเลยที่ ๑ ประพฤติเนรคุณตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๑ (๒) และตามพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ เจตนาโอนที่ดินให้จำเลยที่ ๓เพื่อป้องกันมิให้โจทก์ถอนคืนการให้ และจำเลยที่ ๓ ก็ทราบเหตุแห่งการฉ้อฉลด้วย โจทก์มีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินซึ่งกระทำโดยฉ้อฉลระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๓ ได้

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ และยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้เพิกถอนการโอนที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ ๒ กับจำเลยที่ ๓ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
Lower court
ศาลจังหวัดพิจิตร - นายประยูร สุวรรณคีรี
ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ ไพเราะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8655/2544

โจทก์ได้ยกที่ดินให้แก่จำเลย ต่อมาจำเลยประพฤติตนไม่ดี เล่นการพนันและเสพสุรา โจทก์ได้ว่ากล่าวตักเตือน จำเลยไม่ยอมเชื่อฟังกลับด่าโจทก์ว่า "อีแก่ อีชาติหมา มึงจะไปตายไหนก็ไป กูไม่นับถือมึงเป็นแม่ลูกกัน" อ…

Supreme Court Judgment No. 3880/2540

โจทก์จดทะเบียนยกที่ดินให้แก่จำเลยผู้เป็นบุตรเพื่อนำไปทำมาหาเลี้ยงชีพนั้น เป็นการให้ทรัพย์สินแก่บุตรโดยเสน่หา มิใช่เป็นการให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยาดังที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 535 (3) แห่ง ป.พ.พ.เพราะโจทก์ไม่…

Supreme Court Judgment No. 1014/2529

ที่ดินที่โจทก์ยกให้จำเลยโดยเสน่หาเป็นที่ดินมือเปล่าซึ่งโจทก์มีเพียงสิทธิครอบครองเมื่อโจทก์ยกให้จำเลยจึงเป็นการสละเจตนาครอบครองการครอบครองของโจทก์ผู้ให้สิ้นสุดลงจำเลยผู้รับให้ย่อมได้ไปซึ่งสิทธิครอบครอง…

Supreme Court Judgment No. 375/2527

จำเลยมิได้ให้การไว้ว่า กรณีเป็นการยกให้โดยหน้าที่ศีลธรรมไม่ใช่ยกให้โดยเสน่หาเช่นที่จำเลยยกขึ้นอ้างในฎีกาของจำเลยคดีไม่มีประเด็นตามที่จำเลยฎีกา แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ก็เป็นการนอกประเด็…

Supreme Court Judgment No. 1078/2553

ถ้อยคำที่จำเลยด่าโจทก์ว่า "อีแก่ไม่ยุติธรรม มึงทำให้ครอบครัวกูแตกแยก กูจะไม่อยู่กับมึงแล้ว" เป็นการแสดงเจตนาดูหมิ่นโจทก์ซึ่งเป็นอา จำเลยเรียกโจทก์ว่า อีแก่ ขึ้นมึงขึ้นกูกับโจทก์ ย่อมทำให้โจทก์อับอายเส…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up