Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5179/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เมื่อศาลล่างทั้งสองไม่ได้นำเอาคำเบิกความของพยานโจทก์ตามบัญชีระบุพยาน ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ยื่นหลังจากที่สืบพยานจำเลยเสร็จแล้วมาวินิจฉัยในการฟังข้อเท็จจริง ฉะนั้น ฎีกาของจำเลยที่ว่าการยื่นบัญชีระบุพยานของโจทก์ฉบับดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก การชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและตามสัญญาจำนองซึ่งเป็นประกันการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง โจทก์ย่อมนำพยานบุคคลมาสืบว่าใบเสร็จรับเงินที่จำเลยอ้างเป็นการออกให้เพื่อการชำระหนี้จำนวนใดได้ไม่เป็นการสืบพยานบุคคลแทนพยานเอกสารและไม่เป็นการสืบพยานเพิ่มเติมตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ก)และ(ข).

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องสำนวนแรก ขอบังคับจำนองที่ดินให้จำเลยชำระหนี้จำนองจำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.4 ต่อปี และฟ้องสำนวนที่สองว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์จำนวน 700,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ต่อมาจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ระงับหนี้สัญญากู้เงินดังกล่าวโดยจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันจำนวน 300,000 บาท กับชำระเงินสดให้แก่โจทก์ 150,000บาท หลังจากนั้นจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 303,125 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 250,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป กับให้ส่งมอบรถไถนาพร้อมเครื่องยนต์และอุปกรณ์ให้แก่โจทก์ ถ้าไม่สามารถส่งมอบได้ให้ชำระราคาเป็นเงินจำเลยให้การสำนวนแรกว่า

ได้ชำระหนี้จำนองแก่โจทก์แล้ว200,000 บาท คงค้างเพียง 100,000 บาท จำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนอง ขอให้ยกฟ้อง และให้การสำนวนที่สองว่าได้ชำระเงิน 150,000 บาท พร้อมจดทะเบียนจำนองที่ดินไว้ต่อโจทก์เป็นเงิน 300,000 บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และได้ชำระเงินให้แก่โจทก์อีก 450,000 บาท คงค้างชำระหนี้ตามสัญญาจำนองอีกเพียง 100,000 บาท ไม่มีหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความอีกขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาจำนอง 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินที่จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงิน241,524 บาท

พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินให้แก่โจทก์สำนวนที่สองเป็นเงิน 225,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยในประเด็นข้อแรกว่า การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานฉบับลงวันที่ 14 มีนาคม 2529 หลังจากที่สืบพยานจำเลยเสร็จแล้วชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า บัญชีระบุพยานฉบับดังกล่าวโจทก์อ้างนางสำราญ สุดสังเกตุ และนายเสน่ห์ กรรณสูตรเป็นพยาน แต่ศาลล่างทั้งสองหาได้นำเอาคำเบิกความของบุคคลทั้งสองมาวินิจฉัยในการฟังข้อเท็จจริงไม่

ฉะนั้นการที่จำเลยฎีกาเพื่อให้วินิจฉัยว่า การยื่นบัญชีระบุพยานของโจทก์ฉบับลงวันที่ 14 มีนาคม2529 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้นจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรกที่แก้ไขแล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ประเด็นข้อสอง การนำสืบพยานบุคคลของโจทก์เป็นการสืบหักล้างใบเสร็จรับเงินตามเอกสารหมาย ล.4 ซึ่งขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ก) และ (ข) หรือไม่ เห็นว่า

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและฟ้องบังคับจำนองตามสัญญาจำนองที่จำเลยจดทะเบียนจำนองเพื่อประกันการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว มิได้ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินซึ่งระงับไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและตามสัญญาจำนวนซึ่งประกันการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง โจทก์ย่อมนำพยานบุคคลมาสืบว่าใบเสร็จรับเงินตามเอกสารหมาย ล.4 เป็นการออกให้เพื่อการชำระหนี้จำนวนใดได้ ไม่เป็นการสืบพยานบุคคลแทนพยานเอกสารและไม่เป็นการสืบเพิ่มเติมตัดตอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ก) และ (ข)

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 753/2537

ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นว่าโจทก์เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เอาประกันภัยอันจะถือว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ไว้ในชั้นชี้สองสถาน ซึ่งจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านและอุทธรณ์คัดค้านต่อศาลอุทธรณ์แล้ว เมื่อจ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 109999)

เมื่อศาลล่างทั้งสองไม่ได้นำเอาคำเบิกความของพยานโจทก์ตามบัญชีระบุพยาน ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ยื่นหลังจากที่สืบพยานจำเลยเสร็จแล้วมาวินิจฉัยในการฟังข้อเท็จจริง ฉะนั้น ฎีกาของจำเลยที่ว่าการยื่นบัญชีระ…

Supreme Court Judgment No. 2521/2559

การจะซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกฎหมายกำหนดรูปแบบและหลักฐานในการทำสัญญากันไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง ว่า สัญญาจะขายหรือจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้มีหลักฐานเ…

Supreme Court Judgment No. 6271/2558

หนังสือรับสภาพความผิดจำเลยทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้นำเงินของโจทก์ไปใช้ส่วนตัวในระหว่างดำรงตำแหน่งเหรัญญิกของโจทก์ และจำเลยยินยอมชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยให้ครบถ้วนภายในวันที่ 1 มิถุนายน…

Supreme Court Judgment No. 6446/2552

การที่จำเลยที่ 3 นำสืบว่า จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินจากโจทก์ไปเพียง 15,000 บาท แต่โจทก์ให้จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน โดยระบุจำนวนเงินกู้ไว้ 40,000 บาท เพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินในกรณีที่จำเลยที่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up