Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5215/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยมิได้เป็นลูกจ้างของผู้เสียหาย แม้จำเลยร่วมกับ น. ซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้เสียหายลักทรัพย์ของผู้เสียหายก็ตาม จำเลยก็ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้างตาม ป.อ. มาตรา 335 (11) ทั้งนี้เพราะความเป็นลูกจ้างเป็นเหตุเฉพาะตัวของ น. จึงไม่มีผลไปถึงจำเลยด้วย ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 335, 336 ทวิ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ถูกประทุษร้ายเป็นเงิน 76,500 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) (11) วรรคสอง, 336 ทวิ, 83 จำคุก 3 ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ร่วมกับนายนวรัตน์ จำนวน 25,500 บาท แก่ผู้เสียหาย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2553 เวลา 7.30 นาฬิกา ถึง 8.30 นาฬิกา จำเลยขับรถยนต์บรรทุกหกล้อไปบรรทุกถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร ซึ่งมีน้ำมันที่ใช้ในกระบวนการผลิตถุงพลาสติกบรรจุอยู่เต็มถัง 30 ถัง จากบริษัทไลอ้อน เอเซีย (ไทยแลนด์) จำกัด ไปส่งให้แก่บริษัทอุตสาหกรรมถุงพลาสติกไทย จำกัด ผู้เสียหาย มีนายนวรัตน์ จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5536/2553 ของศาลชั้นต้น ลูกจ้างของผู้เสียหายเป็นผู้ตรวจรับสินค้า และจำเลยรับถังน้ำมันเปล่าคืนไป 30 ถัง ในวันดังกล่าวผู้เสียหายตรวจพบว่าน้ำมันที่จำเลยนำมาส่งขาดไป 5 ถัง สอบถามนายนวรัตน์แล้วรับว่าได้ลักน้ำมันดังกล่าวไป ผู้เสียหายจึงร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่นายนวรัตน์ ต่อมานายนวรัตน์ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ของผู้เสียหาย นายนวรัตน์ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษไปแล้ว และโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า จำเลยร่วมกระทำความผิดกับนายนวรัตน์ตามฟ้องข้อ 1 ค. หรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์ขณะมีการลักทรัพย์มาเบิกความ แต่จากพยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมานับแต่เวลาที่จำเลยขับรถนำถังน้ำมันไปส่งมอบให้นายนวรัตน์ตรวจรับที่บริษัทผู้เสียหาย จนกระทั่งจำเลยขับรถกลับออกมาจากบริษัทผู้เสียหาย ไม่ปรากฏว่านอกจากจำเลยเด็กติดรถของจำเลยและนายนวรัตน์แล้วมีบุคคลอื่นเข้าเกี่ยวข้องอีก พฤติการณ์ฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุตามฟ้องข้อ 1 ค. จำเลยร่วมกับนายนวรัตน์ลักทรัพย์ของผู้เสียหายโดยใช้ยานพาหนะ ที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่า วันเกิดเหตุหลังจากจำเลยส่งถังน้ำยาเคมีจำนวน 30 ถัง ให้แก่ผู้เสียหายจนครบแล้ว

จำเลยไปติดต่อพนักงานรักษาความปลอดภัย แล้วพนักงานรักษาความปลอดภัยได้ขึ้นไปดูที่ท้ายรถของจำเลยโดยชะโงกศีรษะขึ้นมาดูกับรวมทั้งได้จับถังที่ท้ายรถด้วยนั้น พยานหลักฐานของจำเลยที่นำสืบมาจึงไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

อนึ่ง จำเลยมิได้เป็นลูกจ้างของผู้เสียหาย แม้จำเลยร่วมกับนายนวรัตน์ซึ่งเป็นลูกจ้างของผู้เสียหายลักทรัพย์ของผู้เสียหายก็ตาม จำเลยก็ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (11) ทั้งนี้เพราะความเป็นลูกจ้างของนายนวรัตน์เป็นเหตุเฉพาะตัวของนายนวรัตน์ จึงมิได้มีผลไปถึงจำเลยด้วย ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

Result

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) วรรคแรก ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุก 2 ปี และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ร่วมกับนายเนาวรัตน์ จำนวน 25,500 บาท แก่ผู้เสียหาย ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

Matter details

Panel of judges
สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์ · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย · ธีระ เบญจรัศมีโรจน์
Lower court
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายเกริกเกียรติ พุทธสถิตย์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายชัยเจริญ ดุษฎีพร
Supreme Court black case no.
อ.3250/2555
Trial court black case no.
อ5481/2553
Trial court red case no.
อ3383/2554
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

Supreme Court Judgment No. 4149/2567

ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 8495/2561

ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายแสดงเจตนาสละสิทธิเรียกร้องในหนี้บางส่วนที่มีต่อจำเลยทั้งสอง โดยยังติดใจในหนี้อีกเพียง 500,000 บาท เมื่อจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้เสียหายแล้ว จำ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 581414)

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นผู้สนับสนุนการลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม การที่ศา…

Supreme Court Judgment No. 483/2557

จำเลยเป็นพนักงานช่วยงานพยาบาลซึ่งทำงานในโรงพยาบาลที่เกิดเหตุ ห้องน้ำที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ที่จำเลยต้องเข้าไปทำงานตามหน้าที่ และเหตุคดีนี้เกิดในช่วงเวลาที่จำเลยทำงาน กรณีจึงมิใช่เรื่องที่จำเลยเข้าไปโดย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up