คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๓๒๐, ๓๔๑ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๔, ๗, ๒๗
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๗, ๒๗ ให้จำคุก ๑ เดือน ข้อหาอื่นให้ยก
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๐ อีกกระทงหนึ่ง
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องหรือรอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองสำนวนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๐ อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุกกับจำเลย ๒ ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๐ วรรคแรกนั้น ผู้กระทำเพียงใช้อุบายหลอกลวงหรือขู่เข็ญหรือใช้กำลังประทุษร้ายหรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใดอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวมา พาหรือส่งคนออกไปนอกราชอาณาจักรก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๐ แล้วหาจำต้องกระทำพร้อมกันทุกอย่างไม่ การที่จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายว่ามีงานให้ทำที่ประเทศสิงคโปร์และส่งผู้เสียหายออกไปนอกราชอาณาจักรการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๐ วรรคแรก อีกกระทงหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์ปรับทบลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๐ โดยไม่ระบุวรรคนั้นเห็นสมควรระบุเสียให้ถูกต้องด้วย
Result
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๐ วรรคแรก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์