Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5264/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยรับว่ามีคนนำรถยนต์ที่ลักมาให้จำเลยเปลี่ยนเครื่องยนต์ ดังนี้ เมื่อโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าขณะกระทำความผิด จำเลยได้รู้อยู่แล้วว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ จึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคสอง ไม่ได้ การกระทำของจำเลยคงเป็นความผิดฐานรับของโจรตามมาตรา 357 วรรคแรก เท่านั้น ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานรับของโจรตามมาตรา 357 วรรคแรก หรือฐานรับของโจรตามมาตรา 357 วรรคสอง เป็นปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 264, 268, 357 วรรคสอง นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีดังกล่าวด้วย

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน นับโทษของจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2995/2541 หมายเลขแดงที่ 6819/2543 ของศาลชั้นต้น ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าหมายเลขทะเบียน 9 ท - 1403 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทสหกรณ์แท็กซี่ธนบุรี จำกัด ที่ถูกคนร้ายปล้นไป จากอู่ซ่อมรถยนต์ของจำเลย ซึ่งหมายเลขประจำตัวถังรถยนต์คันดังกล่าวถูกตัดออกและนำหมายเลขประจำตัวถังรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก - 8469 กาญจนบุรี ไปเชื่อมติดไว้แทน

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยแต่เพียงว่า จำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ โจทก์มีนายบุญเกริก วัฒนาอาษากิจ เป็นพยานเบิกความว่า พยานมีอาชีพซื้อขายซากรถยนต์อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรีได้ซื้อซากรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก - 8469 กาญจนบุรี มาจากบริษัทประกันภัยคุ้มภัย จำกัด ต่อมาวันที่ 20 ตุลาคม 2540 จำเลยได้ซื้อซากรถยนต์คันดังกล่าวจากพยาน ปรากฏตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย ปจ.4 (ศาลจังหวัดกาญจนบุรี) เห็นว่า นายบุญเกริกไม่เคยรู้จักจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุที่จะเบิกความปรักปรำจำเลย หนังสือสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย ปจ.4 ดังกล่าวก็ระบุชื่อของจำเลยว่าเป็นผู้ซื้อ และระบุเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนและภูมิลำเนาของจำเลย

หากจำเลยไม่ได้เป็นผู้ไปซื้อซากรถยนต์คันดังกล่าวจากนายบุญเกริกแล้ว นายบุญเกริกก็ไม่สามารถเขียนชื่อจำเลยและรายละเอียดเกี่ยวกับจำเลยได้ ที่จำเลยเบิกความต่อสู้ว่าไม่ได้ซื้อซากรถยนต์คันดังกล่าวและลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายในช่องผู้ซื้อไม่ใช่ของจำเลยนั้นเป็นคำเบิกความลอยๆ ไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังหักล้างคำเบิกความของนายบุญเกริกและสัญญาซื้อขายได้

ที่จำเลยฎีกาว่าหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนในสัญญาซื้อขาย โจทก์ไม่ได้นำสืบว่า หมายเลขดังกล่าวเป็นของจำเลยจริงหรือไม่ เห็นว่า โจทก์นำสืบแล้วโดยมีนายบุญเกริกเป็นพยานยืนยันว่า จำเลยเป็นผู้ไปซื้อซากรถยนต์และมีการทำสัญญาซื้อขายดังกล่าวไว้จริงโดยจำเลยมิได้ถามค้านพยานปากนี้ให้ได้ความตามที่จำเลยฎีกาโต้แย้ง ทั้งจำเลยก็มิได้นำสืบหักล้างแต่อย่างใด ข้อเท็จจริงจึงฟังได้โดยปราศจากระแวงสงสัยว่า จำเลยได้ซื้อซากรถยนต์คันดังกล่าวจากนายบุญเกริกจริง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า รถยนต์ของกลางมีการนำมาตัดส่วนที่มีหมายเลขประจำตัวถังรถยนต์เดิมออกไป แล้วตัดส่วนที่มีหมายเลยประจำตัวถังรถยนต์คันที่จำเลยซื้อซากรถมาไปเชื่อมต่อติดไว้แทนกับการนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ของกลางออกและนำเอาแผ่นป้ายทะเบียนของซากรถยนต์ที่จำเลยซื้อมาไปติดไว้แทน เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดที่พบเห็นหลงเชื่อว่ารถยนต์ของกลางเป็นรถยนต์หมายเลขทะเบียน

ก - 8469 กาญจนบุรี พฤติการณ์เช่นนี้ย่อมบ่งชี้แสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่า จำเลยรู้เห็นเป็นใจในการกระทำดังกล่าว และจำเลยย่อมรู้อยู่แล้วว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด และที่จำเลยฎีกาว่า รถยนต์ของกลางดังกล่าวอยู่ในที่เปิดเผยไม่มีการซ่อนเร้นนั้น เห็นว่า การเปลี่ยนป้ายทะเบียนและหมายเลขประจำตัวถังรถยนต์ของกลางก็เพื่อเป็นการอำพรางไม่ให้บุคคลอื่นเห็นว่ารถยนต์ของกลางเป็นรถยนต์คันที่ถูกคนร้ายปล้นทรัพย์มาซึ่งก็เป็นการซ่อนเร้นอันเป็นความผิดฐานรับของโจรด้วยแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ในทางพิจารณาจะได้ความว่า การกระทำความผิดฐานรับของโจรของจำเลย ได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการปล้นทรัพย์ ซึ่งต้องด้วยลักษณะฉกรรจ์ในความผิดฐานรับของโจรตามมาตรา 357 วรรคสอง

ก็ตาม แต่จะลงโทษจำเลยให้หนักขึ้นตามลักษณะฉกรรจ์ดังกล่าวได้ก็ต่อเมื่อได้ความว่า ในขณะกระทำความผิดจำเลยได้รู้อยู่แล้วว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ทั้งนี้ตามมาตรา 62 วรรคท้าย ในข้อนี้โจทก์มีเพียงสิบตำรวจเอกอภินันท์ สุวรรณบล เจ้าพนักงานตำรวจผู้สืบสวนและจับกุมจำเลยมาเบิกความเป็นพยานว่า สืบสวนทราบว่าที่อู่ซ่อมรถชื่ออู่ประหยัดเป็นอู่ที่ดัดแปลงรถที่ขโมยมาจากที่อื่น เมื่อไปตรวจสอบพบจำเลยกำลังซ่อมรถยนต์อยู่ พบรถยนต์ 2 คัน และเครื่องยนต์วางอยู่ที่พื้น ตรวจสอบพบมีหมายเลขถูกลบออก จำเลยรับว่ามีคนนำรถยนต์ที่ลักมาให้จำเลยเปลี่ยนเครื่องยนต์ ดังนี้ข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบมาจึงรับฟังไม่ได้ว่า

ขณะกระทำความผิดจำเลยได้รู้อยู่แล้วว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ จึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง ไม่ได้ การกระทำของจำเลยคงเป็นความผิดฐานรับของโจรตามมาตรา 357 วรรคแรก เท่านั้น ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานรับของโจรตามมาตรา 357 วรรคแรก หรือฐานรับของโจรตามมาตรา 357 วรรคสอง เป็นปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

Matter details

Panel of judges
เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ · สุพัฒน์ บุญยุบล · บรรหาร มูลทวี
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6772/2558

การจะลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้หนักขึ้นตามลักษณะฉกรรจ์ตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคสองได้ ก็ต่อเมื่อได้ความว่าขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 รู้อยู่แล้วว่ารถกระบะของกลางเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำผิ…

Supreme Court Judgment No. 3339/2552

แม้ตามทางพิจารณาจะได้ความว่า การกระทำความผิดฐานรับของโจรของจำเลยที่ 2 ได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการชิงทรัพย์ ซึ่งต้องด้วยลักษณะฉกรรจ์ในความผิดฐานรับของโจรตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคสอง ก็ตาม แต่การจะลงโ…

Supreme Court Judgment No. 797/2561

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่งเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในฟ้อง" แม้โจทก์จะนำสืบข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 336 ทวิ และจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ…

Supreme Court Judgment No. 13262/2558

เมื่อจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายแล้ว จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไปส่ง บ. ที่บ้านแล้วย้อนกลับไปยังกระท่อมที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง และร่วมกับจำเลยที่ 1 ยกร่างของผู้ตายขึ้นรถกระบะคันเกิดเหตุ ทั้งขณะที่จำเลย…

Supreme Court Judgment No. 4040/2552

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยบังอาจประกอบอาชีพค้าของเก่า โดยการรับซื้อและขายของเก่าจำพวกเศษเหล็ก อันเป็นของเก่าตามกฎหมายโดยไม่มีใบอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามมาตรา 4 (2) แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการขายทอดตลา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up