เนื้อความคำพิพากษา
กรนีเนื่องมาจากจำเลยขายไม้ไห้โจท ๒ แพ ๑๙๗ ท่อนตกลงราคากัน ๕ พิกัด ขนะทำสัญญากันไม้หยู่ไนความรักสาของผู้อื่นซึ่งจำเลยเปนผู้เสียค่ารักสา ไนวันที่วัดไม้แพที่ ๘ โจทจำเลยตกลงกันว่าไม่ต้องวัดไม้แพที่ ๖ คงแต่ไห้นับจำนวนดู เมื่อนับดูปรากตว่าครบ ๙๓ ท่อนตามสัญญาแล้ว โจทก็ชำระราคาเปนครั้งสุดท้ายไห้แก่จำเลย หลังจากนั้นไม้แพที่ ๖ ขาดหายไป โจทจึงมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากไม้ที่ขาดนี้ สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์ วินิฉัยต้องกันว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดไนไม้ที่ขาดหายไป ไห้ยกฟ้องโจท โจทดีกาว่า สัญญาซื้อขายไม้รายพิพาทเปนสัญญามีเงื่อนไขว่าต้องวัดไม้ก่อนเพื่อคิดราคาถัวเปนพิกัดตามป.พ.พ.ม. ๔๕๙,๔๖๐. กัมสิทธิยังไม่เปลี่ยนมือมายังโจทสาลดีกาเห็นว่าตามข้อเท็ดจิงที่สาลล่างฟังต้องกันมาว่าเมื่อวัดไม้แพที่ ๘ แล้ว
โจทจำเลยตกลงกันว่าไม่ต้องวัดไม้แพที่ ๖ คงแต่นับจำนวนเท่านั้น เมื่อนับจำนวนไม้ครบถ้วนแล้ว โจทก็ชำระราคาไห้เส็ดสิ้นดังนี้ ข้อสัญญาเดิมที่ว่าจะต้องวัดไม้เพื่อคิดราคาถัว จึงเปนอันเลิกกันไปตามความตกลงของโจทจำเลยแล้ว ตามพรึติการณ์สาลดีกาเห็นว่าจำเลยได้มอบไม้ทั้ง ๒ แพ ไห้โจทแล้วโดยปริยาย ที่สาลล่างฟังว่าไม้แพที่ ๖ ตกเปนกัมสิทธิแก่โจทไนวันชำระราคาครั้งสุดท้ายนั้นเปนการชอบแล้ว พิพากสายืนตาม.