Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5334/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยตกลงซื้อขายโดยยึดถือจำนวนเนื้อที่เป็นสำคัญปรากฏภายหลังว่าที่ดินที่โจทก์ซื้อจากจำเลยได้รวมเอาที่ดินสาธารณะไว้ด้วยบางส่วน ทำให้เนื้อที่ดินขาดหายไป เมื่อโจทก์ไปขอเงินค่าที่ดินคืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมคืนเงินให้ เช่นนี้ย่อมมีเหตุที่จะทำให้โจทก์เข้าใจได้ว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์โดยเอาที่สาธารณะมาขายให้ แม้พฤติการณ์จะยังไม่ปรากฏชัดแจ้งก็ตาม การที่โจทก์พูดขู่จำเลยว่าหากไม่คืนเงินจะฟ้องให้จำเลยติดคุกติดตะราง จำเลยจึงยอมลงลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือรับสภาพหนี้ยอมรับจะใช้เงินที่ขาดคืนแก่โจทก์ เป็นกรณีที่โจทก์ทำไปโดยเชื่อว่าตนมีสิทธิทำได้ตามกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นการใช้สิทธิตามปกตินิยม หาใช่การข่มขู่อันจะทำให้นิติกรรมเป็นโมฆียะไม่ หนังสือรับสภาพหนี้จึงมีผลใช้บังคับได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ซื้อที่ดินจากจำเลยตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ท้ายฟ้อง ปรากฏว่าที่ดินดังกล่าวมีเนื้อที่ขาดไป จำเลยจึงได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน ๖๘,๗๕๐ บาท ครั้นถึงกำหนดชำระเงินตามสัญญา จำเลยไม่ยอมชำระเงินให้โจทก์ จึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ๖๘,๗๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีจากเงินต้นดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า ได้ขายที่ดินให้โจทก์โดยตกลงซื้อขายเหมากันตามแนวเขตที่ดินที่โจทก์ต้องการ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในการที่เนื้อที่ดินขาดไป จำเลยอายุมากแล้ว ลงชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้เพราะถูกข่มขู่จนถึงขนาดเกิดความเกรงกลัวความเสียหายและภัยถึงตน ย่อมเป็นโมฆะ จำเลยขอบอกล้างในคำให้การนี้ โจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยาน ศาลชั้นต้นจึงสั่งงดสืบพยานโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ไม่ขาดอายุความ และแม้สัญญาประนีประนอมยอมความทำขึ้นโดยจำเลยถูกโจทก์ข่มขู่ก็เป็นการขู่ว่าจะใช้สิทธิตามปกตินิยม สัญญาจึงไม่เสียไป จำเลยต้องรับผิด พิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน ๖๘,๗๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ได้ซื้อที่ดินบางส่วนของจำเลย ต่อมาเมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานที่ดินมารังวัดสอบเขต ปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์ซื้อจากจำเลยมีบางส่วนล้ำเข้าไปในที่สาธารณะทำให้เนื้อที่ดินที่โจทก์ซื้อขาดไป โจทก์จึงขอเงินค่าที่ดินส่วนที่ขาดไปคืนจากจำเลย จำเลยไม่ยอมให้โจทก์กับพวกจึงกล่าวหาว่าจำเลยหลอกเอาที่สาธารณะมาขายให้และพูดว่าถ้าไม่คืนเงินจะฟ้องให้จำเลยติดคุก จำเลยจึงยอมลงลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือรับสภาพหนี้ที่โจทก์เขียนขึ้นโดยยอมรับจะใช้เงินที่ขาดไปคืนให้โจทก์ คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า หนังสือรับสภาพหนี้ตามฟ้องมีผลบังคับกันได้หรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่าได้ความจากจำเลยเองว่า ในชั้นแรกโจทก์ขอแบ่งซื้อที่ดินเพียง ๑ ไร่ แต่ต่อมาโจทก์ขุดคูล้อมรอบที่ดินที่ซื้อเกินเนื้อที่ดินที่ตกลงซื้อขายกัน โจทก์ก็ยอมชดใช้ค่าที่ดินส่วนที่เกินไปให้จำเลยจนครบถ้วนแสดงว่าได้มีการตกลงซื้อขายที่ดินโดยยึดถือจำนวนเนื้อที่เป็นสำคัญ ดังนั้นเมื่อปรากฏในภายหลังว่าที่ดินที่โจทก์ซื้อจากจำเลยได้รวมเอาที่ดินสาธารณะไว้ด้วยบางส่วน ทำให้เนื้อที่ดินส่วนที่เป็นของโจทก์ต้องขาดไป และเมื่อโจทก์ไปขอเงินค่าที่ดินส่วนที่ขาดไปคืนจากจำเลย หากจำเลยมีความบริสุทธิ์ใจก็น่าจะคืนเงินให้โจทก์ เมื่อจำเลยไม่ยอมคืนเงินให้ เช่นนี้ย่อมมีเหตุที่จะทำให้โจทก์เข้าใจว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์โดยเอาที่สาธารณะมาขายให้

แม้พฤติการณ์ยังไม่ปรากฏชัดแจ้ง แต่กรณีก็อาจเป็นดังที่โจทก์เข้าใจ การที่โจทก์กับพวกพูดขู่จำเลยว่าหากไม่คืนเงินจะฟ้องให้จำเลยติดคุกติดตะรางจึงเป็นกรณีที่โจทก์ทำไปโดยเชื่อว่าตนมีสิทธิทำได้ตามกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นการใช้สิทธิตามปกตินิยมหาใช่การข่มขู่อันจะทำให้นิติกรรมเป็นโมฆียะไม่ หนังสือรับสภาพหนี้จึงมีผลบังคับได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

Matter details

Panel of judges
มนู วงศ์แสงจันทร์ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ชุม สุกแสงเปล่ง
Lower court
ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายพลภักดี สิริทิพากร
ศาลอุทธรณ์ - นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6106/2537

จำเลยที่ 3 ไม่ได้อ้างเหตุในคำให้การว่า ช. และ ก.ผู้มอบอำนาจไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ซึ่งเป็นนิติบุคคลเพราะเหตุใด ดังนี้คำให้การปฏิเสธของจำเลยที่ 3 ไม่มีเหตุแห่งการนั้นจำเลยที่ 3 จึงไม่มีประเด็นที่จะน…

Supreme Court Judgment No. 1056/2521

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ค่าน้ำมันปิโตรเลียมตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยทำให้บริษัทโจทก์ไว้ โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าน้ำมันปิโตรเลียมอยู่แก่บริษัทโจทก์ จำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้บริษัท…

Supreme Court Judgment No. 9743/2558

ในขณะที่โจทก์และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน นายทะเบียนมีคำสั่งให้จำเลยหยุดรับประกันวินาศภัยและมีประกาศห้ามจำเลยจำหน่ายทรัพย์สินซึ่งคำสั่งและประกาศดังกล่าวออกโดย พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 มาต…

Supreme Court Judgment No. 8240/2549

ตาม พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ.2496 มาตรา 11 และมาตรา 12 กำหนดให้รายได้ที่จำเลยต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ คือ รายได้จากการดำเนินกิจการที่จำเลยได้รับมาแล้ว และเหลือจากหักค่าใช้จ่า…

Supreme Court Judgment No. 747/2544

คำว่า มัดจำ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377มีความหมายว่าจะต้องเป็นทรัพย์สินซึ่งได้ให้ไว้แก่กันเมื่อเข้าทำสัญญาซึ่งอาจจะเป็นเงินหรือสิ่งมีค่าอื่นซึ่งมีค่าในตัวเอง สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินระหว่างโ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up