คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้จำเลยผิดสัญญายอม โจทก์จึงนำยึดที่ดิน เรือน แลทรัพย์อื่น ๆ ของ +. จำเลยผู้ค้ำประกัน +.ร้องขัดทรัพย์ว่าทรัพย์เหล่านี้เป็นสินบริคณห์ระวางผู้ร้องกับ +. จำเลย ศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องของ ข. เสีย ผู้ร้องฎีกาว่าสัญญากู้แลสัญญาค้ำประกันที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์เป็นโมฆะเพราะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แลสัญญายอมที่ +. จำเลยทำไว้ก็เป็นโมฆียะ เพราะผู้ร้องมิได้ยินยอมด้วย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าการกู้ยืมเงินเกินกว่า ๕๐ บาทก็ดี การค้ำประกันก็ดีตามประมวลแพ่ง ม.๖๕๓ วรรค ๑ แล ม.+๘๐ วรรค ๒ ต้องการแต่หลักฐานเพื่อการฟ้องร้องเท่านั้น หาได้กำหนดแบบให้จำต้องทำอย่างใดไม่ ฉะนั้นแม้สัญญา จะมีพะยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ แต่ผู้เดียวก็เป็นแต่ขาดหลักฐานที่จะฟ้องร้องหาถึงแก่ตกเป็นโมฆะไม่ ทั้งจำเลยก็มิได้ยกขึ้นเป็นข้อโต้เถียง ศาลก็มิได้วินิจฉัยในข้อนี้และจำเลยก็ยอมรับชำระหนี้ให้แก่โจทก์ย่อมบังคับกันได้ตามกฎหมาย ส่วนที่ผู้ร้องคัดค้านว่าสัญญายอมเป็นโมฆียะเป็นการเถียงฝืนข้อเท็จจริง เพราะศาลล่างฟังว่าผู้ร้องได้รู้เห็นยินยอมด้วย
Result
พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์