Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5366/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สิทธิตามสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองยังมีข้อโต้แย้งว่าโจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามหนังสือสัญญาเช่าลงวันที่ 7 มกราคม 2537 หรือตามหนังสือสัญญาเช่าลงวันที่ 23 มีนาคม 2537 และโจทก์ยังไม่ยินยอมที่จะส่งมอบที่ดินพิพาทคืนให้แก่จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองจึงไม่อาจที่จะเข้ายึดถือครอบครองที่ดินพิพาทได้โดยอำนาจของตนเอง การที่จำเลยทั้งสองเข้าไถทำลายต้นอ้อยที่โจทก์เป็นผู้ปลูกได้รับความเสียหาย จึงเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจและไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์และโจทก์มีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ให้โจทก์เช่าที่ดินเนื้อที่ 200 ไร่ มีกำหนดเวลา 5 ปีค่าเช่าปีละ 80,000 บาท โดยจำเลยที่ 2 เจ้าของกรรมสิทธิ์รวมให้ความยินยอมจำเลยทั้งสองรับค่าเช่าไปแล้วเป็นเงิน 80,000 บาท โจทก์ใช้ที่ดินทำไร่อ้อย และภายหลังได้รังวัดสอบเขตแล้วพบว่าที่ดินมีเนื้อที่เพียง 50 ไร่ ต่อมาจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ จ้าง วานให้นายรุน ทุดปอ นำรถไถบุกรุกเข้าไถทำลายตอพันธุ์อ้อยที่โจทก์ปลูกไว้เสียหายเป็นเนื้อที่48 ไร่เศษ คิดเป็นเงิน 240,000 บาท และยังทำให้โจทก์ไม่ได้รับประโยชน์จากผลผลิตของตอพันธุ์อ้อยเมื่อเจริญเป็นลำต้นที่สามารถตัดขายได้อีก 3 ปี เป็นเงิน 480,000 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 720,000 บาท แก่โจทก์

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดิน 200 ไร่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานไปขอกู้ยืมเงินจากโรงงานน้ำตาล แต่โจทก์ไม่สามารถกู้ยืมเงินได้และไม่มีเงินพอชำระค่าเช่าที่ดินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงตกลงยกเลิกสัญญาเช่าดังกล่าว ต่อมาโจทก์ขอเช่าที่ดินแปลงเดิมเนื้อที่ 100 ไร่ มีกำหนดเวลา 2 ปี เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าจำเลยทั้งสองไม่ประสงค์ให้โจทก์เช่าที่ดินแปลงดังกล่าวอีกต่อไป จึงแจ้งให้โจทก์ขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากที่ดินดังกล่าว หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองเข้าทำประโยชน์ในที่ดินจึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 240,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

นับแต่วันฟ้อง (1 พฤศจิกายน 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง โจทก์ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่า ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า จำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ โจทก์เบิกความว่าโจทก์มีสิทธิอยู่ในที่ดินพิพาทตามหนังสือสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.1 ลงวันที่ 7 มกราคม2537 ซึ่งมีกำหนดเวลา 5 ปี และจะครบกำหนดในวันที่ 8 มกราคม 2542 จำเลยทั้งสองแจ้งความกล่าวหาว่าโจทก์บุกรุกที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2539 ตามสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีเอกสารหมาย

จ.3 หลังจากนั้นอีก 1 ถึง 2 วัน จำเลยทั้งสองว่าจ้างรถไถเข้าไถทำลายต้นอ้อยที่โจทก์ปลูกในที่ดินพิพาทในระหว่างที่สัญญาเช่ายังไม่หมดอายุ โจทก์จึงแจ้งความกล่าวหาจำเลยทั้งสอง พนักงานสอบสวนแนะนำให้ฟ้องร้องกันเอง ตามบันทึกคำให้การของร้อยตำรวจเอกชัย โพธิ์ทอง พนักงานสอบสวนเอกสารหมาย จ.13 และต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีอาญาต่อศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองเบิกความว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยทั้งสองตามหนังสือสัญญาเช่าเอกสารหมาย ล.2 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2537 มีกำหนดเวลา 2 ปี และครบกำหนดวันที่24 มีนาคม 2539 โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทต่อมาภายหลังจากที่สัญญาเช่าสิ้นสุดลงแล้ว จึงเป็นการอยู่โดยไม่มีสิทธิจึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง

เห็นว่า สิทธิตามสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่ว่า โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามหนังสือสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.1 หรือตามหนังสือสัญญาเช่าเอกสารหมายล.2 และโจทก์ยังไม่ยินยอมที่จะส่งมอบที่ดินพิพาทคืนให้แก่จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองจึงไม่อาจที่จะเข้ายึดถือครอบครองที่ดินพิพาทได้โดยอำนาจของตนเอง การที่จำเลยทั้งสองเข้าไถทำลายต้นอ้อยที่โจทก์เป็นผู้ปลูกได้รับความเสียหาย จึงเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจและไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์และโจทก์มีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อัธยา ดิษยบุตร · ปรีดี รุ่งวิสัย · สมศักดิ์ เนตรมัย
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 523/2562

โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อก่อสร้างอาคารและดำเนินการจัดหาผลประโยชน์ และโจทก์ได้รับมอบสถานที่เช่าตามสัญญาแล้ว โดยข้อ 7 วรรคสอง กำหนดเป็นหน้าที่ของผู้เช่าต้องสำรวจศึกษาพื้นที่โครง…

Supreme Court Judgment No. 11044/2558

แม้คู่ความจะรับกันว่า สัญญาระหว่างบริษัท ท. กับจำเลยเป็นการเช่าทรัพย์ตามข้อความที่ระบุในสำเนาหนังสือขอเสนอราคาค่าเช่าและใบรับงานเช่า แต่ ข. คนขับรถเครนคันเกิดเหตุเป็นพนักงานบริษัทจำเลยเป็นผู้ควบคุมปั้…

Supreme Court Judgment No. 4840/2552

ที่พิพาทเป็นพื้นที่ไหล่ทางของทางหลวง จึงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตทางหลวงซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) กรมธนารักษ์ซึ่งได้รับมอบที่ดินคืนจากกรมทางหลวงเพื่อดูแลร…

Supreme Court Judgment No. 923/2549

สัญญาเช่าอาคารทั้งสองฉบับครบกำหนดเวลาเช่าตามที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว สัญญาเช่าย่อมระงับลง โดยมิพักต้องบอกกล่าวก่อน จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่ามีหน้าที่ต้องส่งคืนอาคารที่เช่าแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้เช่า การที่จำเลย…

Supreme Court Judgment No. 1602/2548

โจทก์เป็นเจ้าของตึกแถวพิพาทโดยได้รับมรดกจาก ป. ซึ่ง ป. ได้ทำสัญญาให้จำเลยเช่าตึกแถวพิพาท กำหนดอายุสัญญาเช่า 15 ปี โดยมีข้อตกลงในสัญญาเช่าข้อ 11 ระบุว่า เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเช่าแล้วผู้ให้เช่าจะต่อสัญ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up