Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5389/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เดิมที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ต่อมานายอำเภอท้องที่ ได้ประกาศหวงห้ามที่พิพาทไว้เพื่อให้ประชาชนพักผ่อนหย่อนใจ และอาบน้ำร้อน ซึ่งที่พิพาทมิใช่นายอำเภอท้องที่ประกาศหวงห้ามแล้วไม่มีประชาชนใช้ประโยชน์อะไรเลย กลับปรากฏว่าเป็นที่ที่ประชาชนใช้พักผ่อนหย่อนใจ ใช้อาบน้ำร้อน ทั้งมีท่อซีเมนต์ฝังลงในดิน เป็นบ่อมีศาลาสำหรับพักร้อนตั้งแต่นั้นมา ดังนั้นที่พิพาทจึงเป็นที่ รกร้างว่างเปล่ามีสภาพเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่ใช้เพื่อ สาธารณประโยชน์และเป็นที่ดินที่พลเมืองใช้ร่วมกัน จึงเป็นที่ สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(1)(2) การที่นายอำเภอท้องที่ประกาศหวงห้ามที่พิพาทไว้จะดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามบทบัญญัติพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นที่สาธารณสมบัติของ แผ่นดินพ.ศ. 2478 โดยชอบหรือไม่ หาเป็นข้อสาระสำคัญแต่ประการใด ในเมื่อที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว และแม้ต่อมาจะมีผู้ครอบครองที่พิพาทจนกระทั่งทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ และโจทก์ได้รับสิทธิครอบครองมาโดยการซื้อจากการขาย ทอดตลาดตามคำสั่งศาลก็ตาม แต่โจทก์ก็มิได้อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมาย เฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305 โจทก์จึงไม่อาจได้สิทธิครอบครองที่พิพาท รวมทั้งไม่อาจออกเอกสารสิทธิใด ๆ ในที่พิพาทได้หนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทที่โจทก์ได้รับโอนมาจึงเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลย มี อำนาจที่จะออกคำสั่งเพิกถอนเสียได้ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงตามคำแถลงของโจทก์ และเอกสารท้ายฟ้องของโจทก์มาเป็นข้อวินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็น ที่พลเมืองใช้ร่วมกันหาเป็นการนอกฟ้องไม่.

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 142 ป.พ.พ. Section 1304 ป.พ.พ. Section 130 ป.พ.พ. Section 1305 ป.ที่ดิน Section 4 ป.ที่ดิน Section 61 พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 Section 4 พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 Section 5 พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 Section 7

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1008 อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยโจทก์ได้ซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อมาจำเลยได้มีคำสั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ 560/2530 เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ดังกล่าวที่ออกทับที่สาธารณประโยชน์ "บ่อน้ำร้อน" ทั้งแปลงโดยขึ้นทะเบียนไว้เมื่อปี 2486 ซึ่งเป็นเพียงหลักฐานทางทะเบียนมิได้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังที่บัญญัติไว้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 จึงไม่มีผลให้ที่ดินดังกล่าวเป็นที่สาธารณประโยชน์

จำเลยไม่มีอำนาจเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ดังกล่าว ขอให้เพิกถอนคำสั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ 560/2530จำเลยให้การว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์"บ่อน้ำร้อน" และทางราชการได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ไว้แล้ว แต่นางมยุรีซึ่งได้รับโอนสิทธิครอบครองจากนายด้วนและนางห้วนได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยปกปิดความจริงในเรื่องความเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์เสีย จำเลยจึงมีคำสั่งที่ 560/2530ให้เพิกถอนคำสั่งรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวซึ่งออกทับที่สาธารณประโยชน์ และที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันเพื่อจัดให้ประชาชนได้พักผ่อนอาบน้ำร้อนไม่จำต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่า

อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 คำสั่งของจำเลยจึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องในวันชี้สองสถาน โจทก์แถลงรับข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า ซึ่งนายอำเภอท้องที่ประกาศหวงห้ามเพื่อสงวนไว้สำหรับประชาชนพักผ่อนและอาบน้ำร้อน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานคู่ความศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงยุติตามคำให้การของจำเลยและคำแถลงของโจทก์ว่า เดิมที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่าซึ่งนายอำเภอท้องที่ได้ประกาศหวงห้ามไว้เพื่อให้ประชาชนพักผ่อนหย่อนใจและอาบน้ำร้อน เมื่อปี 2486 ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4ต่อมาปี 2490 นายด้วนและนางห้วนได้เข้าครอบครองที่พิพาทและนางมยุรีได้ครอบครองต่อมา จนกระทั่งทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์โจทก์ได้รับโอนที่พิพาทโดยซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลต่อมาจำเลยมีคำสั่งที่ 560/2530 ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์เกี่ยวกับที่พิพาทโดยอ้างว่าออกทับที่สาธารณประโยชน์ปัญหาวินิจฉัยมีว่า คำสั่งของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำฟ้องโจทก์ เอกสารท้ายหมายเลข 4 ของโจทก์และคำแถลงรับของโจทก์ ปรากฏว่าเดิมที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่าครั้นปี 2486 ประชาชนได้ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ใช้สำหรับอาบน้ำมีท่อซีเมนต์ฝังลงในที่ดินเป็นบ่อมีศาลาปลูกชั่วคราวสำหรับพักผ่อนประชาชนยังคงใช้ประโยชน์พักผ่อนและอาบน้ำร้อนอยู่ ดังนี้ จะเห็นได้ว่าที่พิพาทมิใช่นายอำเภอท้องที่ประกาศหวงห้ามแล้ว ไม่มีประชาชนใช้ประโยชน์อะไรเลย แต่กลับปรากฏว่าเป็นที่ที่ประชาชนใช้พักผ่อนหย่อนใจใช้อาบน้ำร้อนทั้งมีท่อซีเมนต์ฝังลงในดินเป็นบ่อ มีศาลาสำหรับพักผ่อนตั้งแต่นั้นมา ดังนั้นที่พิพาทจึงเป็นที่รกร้างว่างเปล่า มีสภาพเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์และเป็นที่ดินที่พลเมืองใช้ร่วมกัน จึงเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(1) (2)

ดังนั้นแม้นายอำเภอท้องที่จะประกาศหวงห้ามที่พิพาทไว้เพื่อประชาชนพักผ่อนหย่อนใจและอาบน้ำร้อน เมื่อปี 2486 จะดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามบทบัญญัติพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478ชอบหรือไม่ ไม่เป็นข้อสาระสำคัญประการใด เมื่อที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้ต่อมาจะมีผู้ครอบครองจนกระทั่งทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้นางมยุรี ชูจิตร และโจทก์ได้รับสิทธิครอบครองมาโดยการซื้อจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลก็ตามแต่โจทก์ก็มิได้อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกาตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305 โจทก์ไม่อาจได้สิทธิครอบครองที่พิพาท

รวมทั้งไม่อาจออกเอกสารสิทธิใด ๆในที่พิพาทได้ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทที่โจทก์ได้รับโอนมาจึงเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจำเลยมีอำนาจที่จะออกคำสั่งเพิกถอนเสียได้ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 ที่แก้ไขแล้ว คำสั่งของจำเลยจึงชอบด้วยกฎหมายที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่พิพาทเป็นที่พลเมืองใช้ร่วมกันเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกฟ้อง ไม่ชอบนั้น เห็นว่า โจทก์แถลงรับว่าเดิมที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ซึ่งนายอำเภอท้องที่ประกาศหวงห้ามไว้เพื่อประชาชนใช้พักผ่อนหย่อนใจและอาบน้ำร้อนและตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ของโจทก์ ปรากฏว่านายอำเภอจัดให้มีท่อซีเมนต์ฝังลงในดินเป็นบ่อ มีการปลูกศาลาสำหรับพักและสาธารณชนยังใช้อยู่เอกสารหมาย 4 ท้ายฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องโจทก์ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงตามคำแถลงของโจทก์และเอกสารดังกล่าวของโจทก์มาเป็นข้อวินิจฉัยนั้น หาเป็นการนอกฟ้องไม่พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1254/2530

คำว่า "ที่ดินรกร้างว่างเปล่า" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304(1)ตรงกับคำว่า "ที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน"ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ…

Supreme Court Judgment No. 5776/2562

เมื่อทางพิพาทส่วนแรกเป็นทางสาธารณะอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตั้งแต่ก่อนจำเลยทั้งสองรับโอนที่ดินมาจากเจ้าของเดิม ย่อมต้องยังคงสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตลอด…

Supreme Court Judgment No. 3968/2541

การสละที่ดินให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้ว่า จะเป็นการแสดงเจตนายกให้ด้วยวาจา ก็มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายเมื่อที่ดินตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว ย่อมไม่สามารถโอนให้แก่กันได้โดยทางนิติกรรม ช. เจ้าของ…

Supreme Court Judgment No. 684/2509

การที่ทางราชการจะให้อำเภอหรือจังหวัดจัดทำที่ดินสงวนไว้เป็นที่สาธารณะประจำหมู่บ้านหรือตำบลนั้น จะต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาประกาศเขตที่ดินซึ่งสงวนไว้เป็นสาธารณะ ทั้งที่นั้นก็ต้องเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า…

Supreme Court Judgment No. 367/2568

แม้ที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านพิพาทไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่า ตาม ป.พ.พ. 1304 (1) ซึ่งราษฎรที่เข้ายึดถือครอบครองอยู่ไม่มีสิทธิครอบครองโดยชอบด้ว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up