คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 336 ทวิ, 357 และริบรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ลต 3234 กรุงเทพมหานคร ของกลาง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองและสั่งริบรถยนต์กระบะของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ลต 3234 กรุงเทพมหานคร ของกลาง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสอง ขอให้คืนรถยนต์กระบะของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องมีหน้าที่นำสืบว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลางตามที่กล่าวอ้าง แต่ผู้ร้องไม่ได้นำนายยงยุทธ เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลางตามสำเนารายการจดทะเบียนหรือเจ้าของร้านผู้ประมูลขายรถยนต์กระบะของกลาง มาเบิกความสนับสนุนว่าได้ขายรถยนต์กระบะของกลางให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องมีเพียงหนังสือมอบอำนาจกับแบบคำขอโอนและรับโอนที่อ้างว่านายยงยุทธลงลายมือชื่อไว้ โดยผู้ร้องยังมิได้ไปดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของให้เป็นการถูกต้อง แม้หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถมิใช่หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ แต่ก็เป็นหลักฐานเบื้องต้นที่แสดงว่าผู้มีชื่อในเอกสารดังกล่าวเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ และโดยปกติเมื่อมีการซื้อขายรถยนต์กันย่อมจะต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้เป็นการถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ร้องนำรถยนต์กระบะของกลางไปใช้งานยังภูมิลำเนาของผู้ร้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
ผู้ร้องต้องมีสำเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถเพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลาง ข้ออ้างของผู้ร้องที่ว่าจะนำรถยนต์กระบะของกลางไปขายต่อและไม่ต้องการเสียภาษีไม่มีเหตุผลให้รับฟัง พยานหลักฐานของผู้ร้องที่นำสืบมายังไม่มีน้ำหนักให้น่าเชื่อว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลาง ไม่อาจคืนรถยนต์กระบะของกลางให้ผู้ร้องได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน.