คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้ามาปลูกตึกแถวเลขที่ 855/2 ในที่พิพาทซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสาม ขอให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนตึกแถวห้องดังกล่าวออกไปจากที่พิพาท และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยที่ 3ให้การต่อสู้มีใจความเป็นสำคัญว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้บุกรุกที่พิพาทหากแต่จำเลยที่ 3 ซื้อตึกแถวเลขที่ 855/2 พร้อมที่พิพาทจากจำเลยร่วมที่ 2 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนโดยจำเลยร่วมที่ 2ได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ดินให้ปลูกสร้างตึกแถวดังกล่าวแล้วเจ้าของที่ดินให้สัญญาว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทแก่ผู้ซื้อหลังจากซื้อแล้ว จำเลยที่ 3 ได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบเปิดเผย ขอให้ยกฟ้องมีปัญหาว่าคำให้การของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวถือได้หรือไม่ว่าจำเลยที่ 3ให้การต่อสู้ว่าได้ครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การให้การต่อสู้ว่าครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นจนได้กรรมสิทธิ์เป็นข้ออ้างที่เป็นการรอนสิทธิในทรัพย์สินของผู้อื่น ดังนั้นข้ออ้างจะต้องชัดแจ้งตามเกณฑ์ที่ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ที่ว่าบุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์ตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าวซึ่งนอกจากจะต้องอ้างว่าได้ครอบครองโดยสงบและเปิดเผยแล้วยังจะต้องอ้างว่าโดยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีแล้วด้วย ถ้าทรัพย์สินนั้นเป็นอสังหาริมทรัพย์ แต่จำเลยให้การอ้างแต่เพียงว่า ได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบและเปิดเผย โดยมิได้อ้างว่าด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีแล้วมาด้วยดังนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยให้การต่อสู้ว่าได้ครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าว จึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวนี้ในคดี ที่ศาลล่างทั้งสองฟังต้องกันว่าจำเลยที่ 3ได้ครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาท
แม้โจทก์ทั้งสามจะมิได้ยกปัญหานี้ขึ้นมาในชั้นศาลอุทธรณ์ แต่ปัญหานี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นศาลฎีกาได้ ฎีกาโจทก์ทั้งสามฟังขึ้น สำหรับปัญหาตามฎีกาโจทก์ทั้งสามที่ว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนตึกแถวเลขที่ 855/2กับสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสามหรือไม่และค่าเสียหายมีเพียงใดนั้น เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวศาลล่างทั้งสองยังไม่ได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลทั้งสองวินิจฉัยเสียก่อน เนื่องจากผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองอาจเกี่ยวโยงไปถึงสิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาคดีนี้ต่อไปอีก"
Result
พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี