คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้
จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อนโจทก์เบิกความนัดแรกและปากแรก แต่ยังไม่จบคำถามค้านของฝ่ายจำเลย ก็จำเป็นต้องเลื่อนการพิจารณาไป ครั้นในวันนัดต่อมาโจทก์ ทนายโจทก์ และพยานโจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องคงมาแต่ฝ่ายจำเลย ศาลรอถึงเวลา 13.30 น. ทนายจำเลยแถลงต่อศาลขอให้ถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาให้ศาลสืบ ขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ขาดนัดพิจารณาให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตาม มาตรา 201 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ขอให้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องหรือพิจารณาคดีต่อไป
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และกำหนดวันสืบพยานโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ไม่ต้องห้ามและกรณีไม่เข้ามาตรา 226(2) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพราะโจทก์ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หาได้ฎีกาเพราะคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้นัดสืบพยานจำเลยในครั้งหลังนี้อันเป็นคำสั่งที่สืบเนื่องมาจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ เมื่อคดีชั้นศาลอุทธรณ์พิพากษายังอยู่ในระหว่างอายุความฎีกา โจทก์ย่อมยื่นฎีกาได้การที่จำเลยแถลงต่อศาลว่า "ขอให้ศาลยกฟ้องของโจทก์เสียเพราะถือได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานมาให้ศาลสืบ ย่อมหมายความว่าหน้าที่นำสืบก่อนตกแก่โจทก์เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาสืบ
ศาลก็ชอบที่จะยกฟ้องของโจทก์เสีย การที่โจทก์ขาดนัดเช่นนี้ กรณีไม่เข้าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 ซึ่งว่าด้วยการขาดนัดในคดีที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยาน หาใช่ขาดในนัดต่อ ๆมาไม่ ศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาไปอย่างไร แล้วแต่รูปคดี ไม่ได้ต้องผูกมัดว่าจะต้องจำหน่ายคดีตาม มาตรา 201พิพากษายืน