Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5541/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คณะกรรมการหมู่บ้านซื้อที่ดินพิพาทเพื่อให้ราษฎรในหมู่บ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คณะกรรมการหมู่บ้านจึงไม่สามารถนำออกขายให้โจทก์ได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ไม่ได้บัญญัติให้อำนาจสภาตำบลเป็นผู้ดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สภาตำบล ผู้ร้องสอดจึงไม่มีอำนาจขอให้ขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 1304 ป.ที่ดิน Section 8 พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 Section 23 พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 Section 68 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 Section 62 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 Section 122

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมือเปล่า จำเลยออกโฉนดทับที่ดินของโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเฉพาะส่วนที่ทับที่ดินพิพาทของโจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยขายที่ดินพิพาทให้สภาตำบลหย่วน โจทก์ไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาทและจำเลยไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกสภาตำบลหย่วนเข้ามาในคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(3)(ข) และเรียกสภาตำบลหย่วนว่าผู้ร้องสอดผู้ร้องสอดยื่นคำร้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้องสอดเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์บุกรุกเข้ามาอยู่ในที่ดินพิพาท ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์พร้อมบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และให้โจทก์พร้อมบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 34600 อำเภอเชียงคำจังหวัดพะเยา ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500บาท แทนผู้ร้องสอดโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในประการแรกว่า ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ และโจทก์มีสิทธิครอบครองหรือไม่ เห็นว่า แม้เงินที่นำมาซื้อที่ดินทั้งแปลงซึ่งรวมที่ดินพิพาทอยู่ด้วยจะไม่ใช่เป็นเงินของทางราชการและขณะนั้นยังไม่สภาตำบลหย่วนก็ตาม แต่เงินดังกล่าวก็เป็นเงินที่ชาวบ้านกอมรับจ้างขุดดินตามโครงการที่ทางรัฐบาลจัดสรรเงินจำนวนดังกล่าวมาให้ในรูปค่าจ้างเพื่อพัฒนาหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านกอมได้ร่วมกันสละเงินค่าจ้างส่วนของตนแล้วได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อให้จัดการซื้อที่ดินแปลงนี้โดยมีวัตถุประสงค์จะให้ที่ดินที่ซื้อมาเพื่อใช้เป็นประโยชน์ร่วมกัน หลังจากซื้อที่ดินมาก็ได้สร้างเป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกับขุดบ่อเลี้ยงปลาทำการประมงของหมู่บ้าน และอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นที่ดินพิพาทจะใช้เป็นสถานที่สร้างวัดบ้านกอมเห็นได้ว่าวัตถุประสงค์ในการซื้อที่ดินทั้งแปลงมานั้นก็เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ที่ราษฎรบ้านกอมจะได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งรูปแบบการจัดซื้อและเจตนาของการจัดซื้อของชาวบ้านกอมดังกล่าว จึงมีผลทำให้ที่ดินทั้งแปลงที่ชาวบ้านกอมซื้อมาตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2)

ฉะนั้นเมื่อที่ดินทั้งแปลงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยผลของกฎหมายแล้ว คณะกรรมการหมู่บ้านกอมจึงไม่มีอำนาจจะขายที่ดินพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่โจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเข้ายึดถือครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตน โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นคดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ในปัญหาต่อไปว่า ผู้ร้องสอดมีอำนาจขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาทหรือไม่ โดยศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตองค์การบริหารตำบลหย่วน ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ร้องสอดเป็นผู้คุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล

พ.ศ. 2537 มาตรา 68 นั้น เห็นว่า ตามมาตรา 68 ดังกล่าวเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล มิใช่เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของสภาตำบลแต่อย่างใด ทั้งประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 8บัญญัติว่า บรรดาที่ดินทั้งหลายอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นผู้มีอำนาจดูแลรักษาและดำเนินการคุ้มครองป้องกันได้ตามควรแก่กรณี แต่ในเรื่องที่ดินสาธารณประโยชน์อันเป็นที่ดินที่พลเมืองใช้ร่วมกันได้มีพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 122บัญญัติไว้ให้เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอ ซึ่งต่อมาได้โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

พ.ศ. 2534 มาตรา 62วรรคสาม นายอำเภอจึงเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและดำเนินการคุ้มครองป้องกันที่ดินพิพาท ผู้ร้องสอดจึงไม่มีอำนาจขอให้ขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินพิพาท ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องสอดที่ขอให้โจทก์พร้อมบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ปรีดี รุ่งวิสัย · อัธยา ดิษยบุตร · สมศักดิ์ เนตรมัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7590/2543

ความในมาตรา 8 แห่ง ป.ที่ดิน หมายถึง ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือทรัพย์สินของแผ่นดินโดยทั่ว ๆ ไป ซึ่งถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น จึงให้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินที่จะดูแลรักษาและดำเ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2566 (ref. 699740)

เมื่อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิที่ดินมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ถือว่าเป็นของรัฐ ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 2 และแม้หากที่ดินพิพาทจะพ้นจากการเป็นที่ชายตลิ่งไปโดย…

Supreme Court Judgment No. 2911/2566

แม้ ผ. จะมีชื่อเป็นผู้รับโอนสิทธิครอบครองที่พิพาทร่วมกับ ม. ตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 613/2531 ของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531 แต่ต้องถือว่าเป็นการครอบครองทำประโยชน์ในฐานะเจ้…

Supreme Court Judgment No. 5776/2562

เมื่อทางพิพาทส่วนแรกเป็นทางสาธารณะอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตั้งแต่ก่อนจำเลยทั้งสองรับโอนที่ดินมาจากเจ้าของเดิม ย่อมต้องยังคงสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตลอด…

Supreme Court Judgment No. 4840/2552

ที่พิพาทเป็นพื้นที่ไหล่ทางของทางหลวง จึงเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตทางหลวงซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 (2) กรมธนารักษ์ซึ่งได้รับมอบที่ดินคืนจากกรมทางหลวงเพื่อดูแลร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up