Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5558/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลฎีกาพิพากษาให้ลงโทษปรับจำเลยและจำเลยถูกคุมขังอยู่ตั้งแต่ก่อนวันที่ศาลมีคำพิพากษา การเริ่มนับวันกักขังตามหมายกักขังคดีถึงที่สุดดังกล่าวจึงต้องนับย้อนให้ถึงวันที่ศาลชั้นต้นออกหมายกักขังระหว่างอุทธรณ์ฎีกา

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 4, 13, 24, 27, 43, 44, 47, และ 49 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 27, 31, 70, 75, 76, และ 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 ริบของกลาง โดยให้หนังสือนิตยสาร "ว. 5 ว.5 " ของกลางจำนวน 2 เล่ม ตกเป็นของผู้เสียหายและจ่ายค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณานายบรรเจิด ตันติกัลยาภรณ์ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 และ 70 วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้ปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ 50,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นปรับ 100,000 บาท ให้จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทงละ 3 เดือน และปรับกระทงละ 50,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 6 เดือน และปรับคนละ 100,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ริบของกลางทั้งหมดโดยหนังสือนิตยสาร "ว. 5 ว. 5" ของกลางจำนวน 2 เล่ม ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์และจ่ายค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ด้วยข้อหาอื่นให้ยก โจทก์ร่วมและจำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 24 (1), 27 (1), 43 วรรคสอง, 44 วรรคสอง, 46 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานทำซ้ำซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ให้ปรับจำเลยที่ 1 กระทงละ 50,000 บาท รวมสองกระทงเป็นปรับ 100,000 บาท ให้จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทงละ 3 เดือน และปรับกระทงละ 50,000 บาท รวมสองกระทงเป็น 100,000 บาท ความผิดฐานจำหน่ายงานอันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ให้ปรับจำเลยทั้งสามแต่ละคนกระทงละ 50,000 บาท อีกสองกระทงเป็นปรับคนละ 100,000 บาท รวมลงโทษจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 200,000 บาท ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 6 เดือน และปรับคนละ 200,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 และ 30 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับ ศาลชั้นต้นออกหมายกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดให้กักขังจำเลยที่ 3 มีกำหนด 2 ปี แทนค่าปรับจำนวน 200,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2543 เป็นต้นไป โจทก์ร่วมยื่นคำร้องคัดค้านว่า การที่ศาลชั้นต้นมีหมายกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดโดยให้กักขังจำเลยที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2543 ไม่ถูกต้อง ขอให้แก้ไขการนับวันกักขังโดยเริ่มนับเมื่อจำเลยที่ 3 ครบกำหนดโทษจำคุกในคดีอื่น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า แม้จำเลยที่ 3 จะถูกจำคุกในคดีอื่นอยู่ด้วย หากคดีนี้ศาลไม่ประสงค์ให้หักวันต้องคุมขังให้อีก ก็ต้องระบุไว้ให้ชัดแจ้งในคำพิพากษา เมื่อคำพิพากษาไม่ระบุไว้ก็ต้องหักวันต้องคุมขังให้แก่จำเลยที่ 3 ดังนั้น การที่ศาลออกหมายกักขังจำเลยที่ 3 เมื่อคดีถึงที่สุดแทนค่าปรับเป็นเวลา 2 ปี โดยนับย้อนให้ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2543 ถึงต้องต้องแล้ว โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมมีว่า ศาลชั้นต้นออกหมายกักขังเมื่อคดีถึงที่สุดสำหรับจำเลยที่ 3 ถูกต้องแล้วหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30 วรรคสาม บัญญัติว่า "ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับถูกคุมขังก่อนพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังนั้นออกจากจำนวนเงินค่าปรับ..." ดังนั้น เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 3 ถูกคุมขังอยู่ตั้งแต่ก่อนวันศาลมีคำพิพากษา การเริ่มนับวันกักขังตามกฎหมายคดีถึงที่สุดดังกล่าวจึงต้องนับย้อนให้วันที่ 22 พฤษภาคม 2543 ซึ่งเป็นวันที่ศาลชั้นต้นออกหมายกักขังระหว่างอุทธรณ์ฎีกาจำเลยที่ 3 ไว้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พรเพชร วิชิตชลชัย · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4535/2562

ตาม ป.อ. มาตรา 29 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ผู้ใดต้องโทษปรับและไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลพิพากษา ผู้นั้นจะต้องถูกยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินเพื่อใช้ค่าปรับหรือมิฉะนั้นจ…

Supreme Court Judgment No. 8935/2561

พฤติการณ์ที่ ก. กับจำเลยเดินทางร่วมกันไปค้นหาเมทแอมเฟตามีนบริเวณที่เกิดเหตุ บ่งชี้ได้ว่า ก. กับจำเลยมีเจตนาที่จะกระทำความผิดทางอาญามาตั้งแต่แรกและถือว่า ก. กับจำเลยลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่การที่ชายไม…

Supreme Court Judgment No. 13584/2558

การเอาชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องหมายการค้า ของผู้เสียหายที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักรสำหรับสินค้าที่จำพวกที่ 9 รายการสินค้า ตลับคาร์ทริดจ์ตัวพิมพ์ (สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์) มาใช้โดยทำให…

Supreme Court Judgment No. 4339/2558

โจทก์ระบุข้อหาของจำเลยมาในช่องฐานความผิดที่หน้าฟ้องว่า ตั้งและประกอบกิจการโรงงาน (ในท้องที่ห้ามตั้งโรงงาน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และมีคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12, 32 (1),…

Supreme Court Judgment No. 13598/2556

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานเป็นผู้ขับขี่เสพเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 57, 66, 91 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up