Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2538 (ref. 55643)

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับหรืองดการบังคับคดีไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 59) กรณีเป็นชั้นบังคับคดี คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้ตามตั๋วเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 316,897 บาท พร้อมทั้ง ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความ เป็นเงิน 5,000 บาท ให้แก่โจทก์ โดยผ่อนชำระเป็นงวด ๆ แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้ศาล ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์จำเลยและนำยึดที่ดิน โฉนดเลขที่ 16077 ตำบลบ้านอิฐอำเภอเมืองอ่างทองจังหวัดอ่างทอง พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 เพื่อ ขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์ ก่อนการขายทอดตลาดจำเลยที่ 1 ยื่นคำแถลงขอวางเงินต่อศาลเพื่อชำระหนี้ที่ค้างอยู่ทั้งหมด ให้แก่โจทก์และขอให้ศาลมีคำสั่งถอนการบังคับคดี จำเลยที่ 1 วางเงินต่อศาลจำนวน 223,938.25 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ รับเงินไว้และถอนการบังคับคดี ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงขอรับเงิน ที่จำเลยที่ 1 นำมาวางศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้หักค่าฤชาธรรมเนียม ในการยึดทรัพย์แล้วไม่มีการขายไว้ส่วนที่เหลือจึงจ่ายให้โจทก์ เจ้าหน้าที่หักค่าธรรมเนียมการยึดและไม่มีการขายไว้ เป็นเงิน 24,500 บาท แล้วจ่ายส่วนที่เหลือให้โจทก์ไปเป็นเงิน 199,438.25 บาท โจทก์ยื่นคำร้องว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้หักค่าธรรมเนียมถอนการยึดจากเงินที่จำเลยที่ 1 นำมาวางชำระหนี้โจทก์ ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองยังชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา ตามยอมไม่ครบถ้วน เพราะจำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระเงิน ค่าธรรมเนียมส่วนนี้แทนโจทก์ด้วย ที่ศาลชั้นต้นสั่งถอน การยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 จึงไม่ถูกต้อง ขอให้เพิกถอน คำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้เพิกถอนคำสั่งถอนการบังคับคดี โดยให้ถือว่าการยึดทรัพย์จำเลยที่ 1 ยังมีผลต่อไป จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53,54)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว การขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 นั้น ต้องเป็นกรณีที่ยัง ไม่มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาไม่ว่าของศาลใด ปรากฏว่า คดีนี้โจทก์ขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนิน การบังคับคดีแล้วการที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องเข้ามา จะถือว่าเป็นการขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ได้ แต่เป็นกรณีที่จำเลยทั้งสองขอให้งดการบังคับคดีตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) ซึ่งอยู่ใน อำนาจของศาลชั้นต้นที่จะมีคำสั่งว่ามีเหตุสมควรให้งดการบังคับคดี ไว้หรือไม่ จึงให้ส่งคืนศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาสั่งคำร้อง ของจำเลยทั้งสองต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 951/2538นายไพบูลย์ อ.ใบหยกวิจิตรโจทก์นายเรืองฤทธิ์ ประสิทธิ์สมบัติ กับพวกจำเลยนายเรืองฤทธิ์ ประสิทธิ์สมบัติ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายดิเรก ศรีพร้อม ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 292 (2)ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับหรืองดการบังคับคดีไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 59) กรณีเป็นชั้นบังคับคดี คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้ตามตั๋วเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 316,897 บาท พร้อมทั้ง ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความ เป็นเงิน 5,000 บาท ให้แก่โจทก์ โดยผ่อนชำระเป็นงวด ๆ แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้ศาล ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์จำเลยและนำยึดที่ดิน โฉนดเลขที่ 16077 ตำบลบ้านอิฐอำเภอเมืองอ่างทองจังหวัดอ่างทอง พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 เพื่อ

ขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์ ก่อนการขายทอดตลาดจำเลยที่ 1 ยื่นคำแถลงขอวางเงินต่อศาลเพื่อชำระหนี้ที่ค้างอยู่ทั้งหมด ให้แก่โจทก์และขอให้ศาลมีคำสั่งถอนการบังคับคดี จำเลยที่ 1 วางเงินต่อศาลจำนวน 223,938.25 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ รับเงินไว้และถอนการบังคับคดี ต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงขอรับเงิน ที่จำเลยที่ 1 นำมาวางศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้หักค่าฤชาธรรมเนียม ในการยึดทรัพย์แล้วไม่มีการขายไว้ส่วนที่เหลือจึงจ่ายให้โจทก์ เจ้าหน้าที่หักค่าธรรมเนียมการยึดและไม่มีการขายไว้ เป็นเงิน 24,500 บาท แล้วจ่ายส่วนที่เหลือให้โจทก์ไปเป็นเงิน 199,438.25 บาท โจทก์ยื่นคำร้องว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้หักค่าธรรมเนียมถอนการยึดจากเงินที่จำเลยที่ 1 นำมาวางชำระหนี้โจทก์

ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองยังชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา ตามยอมไม่ครบถ้วน เพราะจำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระเงิน ค่าธรรมเนียมส่วนนี้แทนโจทก์ด้วย ที่ศาลชั้นต้นสั่งถอน การยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 จึงไม่ถูกต้อง ขอให้เพิกถอน คำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2

Result

พิพากษากลับให้เพิกถอนคำสั่งถอนการบังคับคดี โดยให้ถือว่าการยึดทรัพย์จำเลยที่ 1 ยังมีผลต่อไป จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53,54)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว การขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 นั้น ต้องเป็นกรณีที่ยัง ไม่มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาไม่ว่าของศาลใด ปรากฏว่า คดีนี้โจทก์ขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนิน การบังคับคดีแล้วการที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องเข้ามา จะถือว่าเป็นการขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ได้ แต่เป็นกรณีที่จำเลยทั้งสองขอให้งดการบังคับคดีตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292(2) ซึ่งอยู่ใน อำนาจของศาลชั้นต้นที่จะมีคำสั่งว่ามีเหตุสมควรให้งดการบังคับคดี ไว้หรือไม่ จึงให้ส่งคืนศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาสั่งคำร้อง ของจำเลยทั้งสองต่อไป

Matter details

Panel of judges
ไพโรจน์ คำอ่อน · สมภพ โชติกวณิชย์ · สมพงษ์ สนธิเณร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up