คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง นอกจากนี้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติตามคำพิพากษาศาลแขวงดุสิตว่าเหตุการณ์ที่ทำให้มันสำปะหลังเส้นได้รับความเสียหายเกิดจากพายุฝนซึ่งเป็นเหตุวิสัย จำเลยจึงไม่มีหน้าที่ชำระค่าจ้างแปรสภาพมันสำปะหลังให้แก่โจทก์ คดีขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า สัญญาแปรสภาพมันสำปะหลังระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นการดำเนินการตามโครงการยกระดับราคาหัวมันสำปะหลังเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ปี ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งของรัฐบาลที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อพยุงราคาสินค้าเกษตรและกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการดังกล่าวจึงเป็นการดำเนินการจัดทำบริการสาธารณะด้านเศรษฐกิจ สัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยจึงมีวัตถุประสงค์ให้โจทก์เข้าร่วมบริการสาธารณะอันมีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครอง คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง ศาลจังหวัดนนทบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้แม้จำเลยเป็นหน่วยงานทางปกครอง มีวัตถุประสงค์ดำเนินกิจการทั้งปวงเกี่ยวกับสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค
รวมทั้งธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการยกระดับราคาหัวมันสำปะหลังซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกรก็ตาม แต่เนื้อหาของสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่มีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ การที่จำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์ให้แปรรูปมันสำปะหลังคงเป็นเพียงเครื่องมือส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนโครงการช่วยเหลือเกษตรกรอันเป็นการจัดทำบริการสาธารณะนั้น สัญญาดังกล่าวจึงไม่ใช่สัญญาทางปกครอง ข้อพิพาทคดีนี้จึงมิใช่ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เป็นสัญญาที่คู่สัญญาทำขึ้นโดยมุ่งผูกพันด้วยใจสมัครบนพื้นฐานแห่งความเท่าเทียมกัน อันเป็นสัญญาทางแพ่งที่มีหน่วยงานทางปกครองเป็นคู่สัญญาเท่านั้น คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยจัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การคลังสินค้า พ.ศ. ๒๔๙๘ มีวัตถุประสงค์ในการทำกิจการทั้งปวงเกี่ยวกับสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค และให้มีอำนาจรวมถึงการกระทำการเพื่อส่งเสริมการผลิต ตลอดจนกิจการค้าสินค้าเกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภคของคนไทย ทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร ซึ่งการที่กฎหมายบัญญัติให้จำเลยมีวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ในลักษณะดังกล่าวมีเจตนารมณ์เพื่อให้จำเลยซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐทำหน้าที่ในการช่วยเหลือผู้ผลิตสินค้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขายสินค้าไม่ได้ในราคาที่สมควรหรือหาตลาดจำหน่ายไม่ได้ และช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ต้องซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพในราคาแพง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการจัดทำบริการสาธารณะอย่างหนึ่งของรัฐ
การที่จำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ซึ่งเป็นเอกชนให้ดำเนินการซื้อ-รับมอบหัวมันสำปะหลังสดจากเกษตรกรที่จำเลยได้รับซื้อไว้ที่หน่วยจัดซื้อมันสำปะหลังสดของจำเลยตามโครงการยกระดับราคาหัวมันสำปะหลังเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรปี ๒๕๔๐ และให้โจทก์นำไปโม่แปรสภาพเป็นมันเส้น ณ ลานมันของโจทก์แล้วส่งมอบให้แก่จำเลย จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้โจทก์เข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะในการพยุงและยกระดับราคาหัวมันสำปะหลังตามโครงการดังกล่าว อันเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังซึ่งถือเป็นผู้ผลิตสินค้าให้สามารถขายสินค้าของตนเองได้ในราคาที่สมควร ทั้งนี้เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะตามเจตนารมณ์ในการจัดตั้งจำเลยบรรลุผล สัญญาจ้างแปรสภาพมันสำปะหลังจึงเป็นสัญญาทางปกครอง
คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาดังกล่าวจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง คำวินิจฉัย ปัญหาที่ต้องพิจารณา คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ โจทก์ซึ่งเป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลยซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าจ้างแปรสภาพมันสำปะหลังให้แก่โจทก์ อันเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาจ้างแปรสภาพมันสำปะหลังและมีประเด็นต้องพิจารณาว่าสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำฟ้องและคำให้การว่าจำเลยเคย
ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลแขวงดุสิตซึ่งเป็นศาลยุติธรรม ขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายจากการที่โจทก์ส่งมอบมันสำปะหลังแปรรูปให้จำเลยไม่ครบตามสัญญาฉบับเดียวกันนี้ จนศาลยุติธรรมมีคำพิพากษายกฟ้องและคดีถึงที่สุดแล้ว ข้อพิพาทในคดีนี้จึงชอบที่จะพิจารณาพิพากษาในศาลยุติธรรม จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีระหว่างนายสมชาย ตั้งวิบูลย์พาณิชย์ โจทก์ องค์การคลังสินค้า จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (ลงชื่อ) ไพโรจน์ วายุภาพ (ลงชื่อ) สุวัฒน์ วรรธนะหทัย (นายไพโรจน์ วายุภาพ) (นายสุวัฒน์ วรรธนะหทัย) ประธานศาลฎีกา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลยุติธรรม (ลงชื่อ) หัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล (ลงชื่อ) จรัญ หัตถกรรม (นายหัสวุฒิ
วิฑิตวิริยกุล) (นายจรัญ หัตถกรรม) ประธานศาลปกครองสูงสุด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลปกครอง (ลงชื่อ) พลโท สุขสันต์ สิงหเดช (ลงชื่อ) พลตรี พัฒนพงษ์ เกิดอุดม (สุขสันต์ สิงหเดช) (พัฒนพงษ์ เกิดอุดม) หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของศาลทหาร (ลงชื่อ) จิระ บุญพจนสุนทร (นายจิระ บุญพจนสุนทร) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ()