คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๓, ๘๔, ๙๑, ๑๓๗, ๑๔๔, ๑๕๗, ๑๖๑, ๑๖๒, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๗, ๒๖๘ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๑๓ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องบางข้อ ปฏิเสธบางข้อ จำเลยที่ ๒ ชั้นแรกให้การปฏิเสธ ต่อมาให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๘๔, ๙๑, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘ สำหรับจำเลยที่ ๓ ให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารสำหรับจำเลยที่ ๑ เป็นความผิดสองกรรม ฯลฯ จำเลยที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ (๑), ๑๕๗ ลงโทษตามมาตรา ๑๕๗ จำเลยที่ ๓ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยที่ ๓ รู้จักกับนายหงษ์มานาน จำเลยที่ ๓ ย่อมจะรู้ว่านายหงษ์ซึ่งเป็นลูกบ้านของตนอยู่บ้านเลขที่ ๒๔๙ มิใช่บ้านเลขที่ ๓๖๓ เมื่อจำเลยที่ ๑ มาแจ้งขอย้ายชื่อนายหงษ์จากทะเบียนบ้านเลขที่ ๑๕๙ ไปอยู่บ้านเลขที่ ๓๖๓ ตามเอกสารหมาย จ. จำเลยที่ ๓ ย่อมรู้ได้ทันทีว่าข้อความในใบแจ้งการย้ายที่อยู่ ท.ร.๑๗ เอกสารหมาย จ.๒ และ จ.๓ เป็นเท็จจำเลยที่ ๓ ลงชื่อในฐานะนายทะเบียนตำบล จึงเป็นการลงชื่อรับรองเป็นหลักฐานอันเป็นเท็จ จำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับรองเป็นหลักฐานว่าจำเลยที่ ๑ แจ้งย้ายที่อยู่ของนายหงษ์ ซึ่งจำเลยที่ ๓ รู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จและยังกระทำการรับแจ้งในฐานะเป็นนายทะเบียนตำบลตามเอกสารหมาย
จ.๑, จ.๒ และ จ.๓ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การกระทำของจำเลยที่ ๓ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ (๑), ๑๕๗ ตามฟ้องข้อ (ก) จริง ส่วนที่จำเลยที่ ๓ ยกข้อต่อสู้ในชั้นฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์ข้อ (ก) บรรยายถึงการกระทำของจำเลยที่ ๓ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ และ ๑๗๕ ขัดแย้งกันเป็นฟ้องเคลือบคลุม อันเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยที่ ๓ ยกขึ้นกล่าวอ้างได้นั้นศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์ได้บรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยที่ ๓ กระทำผิดแต่ละบทโดยฟ้องข้อเดียวกันโจทก์ประสงค์ให้ศาลลงโทษจำเลยที่ ๓ ฐานกรอกข้อความอันเป็นเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ และในขณะเดียวกันบรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ทำเอกสาร
กรอกข้อความในเอกสารและร่วมกันปลอมลายมือชื่อนายหงษ์ แก้วมรกต โดยอาศัยโอกาสที่จำเลยที่ ๓ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าว เป็นการร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ จึงเป็นฟ้องเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม
Result
พิพากษายืน