Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5606/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 โดยอาศัยยอดหนี้ตามบัญชีกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 ซึ่งผนวกหนี้นอกเหนือความรับผิดของจำเลยที่ 2 เข้าไว้ด้วยและคิดดอกเบี้ยทบต้นตลอดมา ทำให้ไม่อาจหยั่งทราบได้ว่าจำเลยที่ 2เป็นหนี้โจทก์จำนวนเท่าใด แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2โดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความนั้น เป็นการใช้อำนาจตามป.วิ.พ. มาตรา 148(3) แม้จำเลยที่ 2 จะให้การต่อสู้เรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไว้ แต่เมื่อศาลเห็นว่าจะต้องยกฟ้องโจทก์เพราะเหตุอื่นแล้วย่อมมีอำนาจที่จะไม่วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวได้เนื่องจากไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัยและแม้จะวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ก็ถือว่าศาลยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีที่ว่าจำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาค้ำประกันหรือไม่เพียงใด โจทก์ย่อมจะนำคดีมาฟ้องเพื่อให้ศาลชี้ขาดในประเด็นดังกล่าวได้ ไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำ คำพิพากษาศาลชั้นต้นหาขัดต่อ ป.วิ.พ.มาตรา 141(4) (5), 142 และ 148 ไม่.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและสัญญาจำนอง กับบังคับจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๓ ตามสัญญาค้ำประกัน ให้ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ ๑ ออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบ จำเลยที่ ๑ ให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ดอกเบี้ยขาดอายุความและจำเลยที่ ๑ ยังมิได้รับการบอกกล่าวบังคับจำนอง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันตามฟ้องบางฉบับเท่านั้น จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ในส่วนที่จำเลยที่ ๒ ค้ำประกันครบถ้วนแล้ว

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๒ รับผิดในหนี้ซึ่งจำเลยที่ ๒มิได้ค้ำประกันไว้ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและโจทก์คิดดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินให้โจทก์โดยให้จำเลยที่ ๓ ร่วมรับผิดต่อโจทก์เป็นบางส่วน หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ออกขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบตามจำนวนซึ่งแต่ละคนจะต้องรับผิด และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ โดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าจำเลยที่ ๒ ให้การไว้ด้วยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และศาลชั้นต้นก็ได้กำหนดประเด็นนี้ไว้แล้ว แต่ศาลล่างทั้งสองกลับพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยยังมิได้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๒คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๑(๔) (๕) และมาตรา ๑๔๒ เพราะคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ชี้ขาดคดีต้องตัดสินตามข้อหาในคำฟ้องทุกข้อ และถ้าหากศาลพิพากษาว่าฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ เคลือบคลุม โจทก์จะนำคดีมาฟ้องใหม่อีกไม่ได้ เป็นฟ้องซ้ำ เพราะถือว่าศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีแล้ว คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองจึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ ด้วยนั้น

เห็นว่าในกรณีที่ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์นั้น มาตรา ๑๔๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติให้อำนาจศาลที่จะใช้ดุลพินิจวินิจฉัยสั่งไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ได้ภายในอายุความ คดีนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๒ มีความรับผิดในหนี้ตามสัญญาค้ำประกันรายที่โจทก์ฟ้องเป็นเงินเท่าใดเป็นแต่วินิจฉัยว่าโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๒ รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑โดยอาศัยยอดหนี้ตามบัญชีกระแสรายวันของจำเลยที่ ๑ ซึ่งผนวกหนี้ที่นอกเหนือความรับผิดของจำเลยที่ ๒ เข้าไว้ด้วยและคิดดอกเบี้ยทบต้นตลอดมา จึงไม่อาจหยั่งทราบได้ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นหนี้โจทก์จำนวนเท่าใด แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นพิพากษาไว้ด้วยว่าไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องมายื่นใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยอายุความจึงเป็นการใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา๑๔๘(๓)

แม้จำเลยที่ ๒ จะให้การต่อสู้เรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไว้ แต่เมื่อศาลเห็นว่าจะต้องยกฟ้องโจทก์เพราะเหตุอื่นแล้วศาลก็มีอำนาจที่จะไม่วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวได้ เนื่องจากไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัย และกรณีนี้ถึงแม้จะวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ก็ถือว่าศาลยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีที่ว่าจำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาค้ำประกันหรือไม่เพียงใด โจทก์ย่อมจะนำคดีมาฟ้องเพื่อให้ศาลชี้ขาดในประเด็นข้อนี้ได้ ไม่ถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ ดังนั้น คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองจึงหาขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๑(๔) (๕),๑๔๒ และ ๑๔๘ ไม่

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
Lower court
ศาลแพ่ง - นายประสิทธิ์ แสนศิริ
ศาลอุทธรณ์ - นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 13888/2558

คดีก่อนและคดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันคือเรื่องที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานหลังจากที่ได้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการครบกำหนดแล้ว โดยอ้างว่าโจทก์มีความประพฤติ ความรู้และความสามารถไม…

Supreme Court Judgment No. 8440/2558

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทในคดีนี้กับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งโจทก์ขอให้ศาลดำเนินการบังคับคดีเอาแก่ จ. กับพวกตามคดีแพ่งของศาลชั้นต้นเป็นทรัพย์รายเดียวกัน โดยคดีดังกล่าวโจทก์คดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องให้ จ.…

Supreme Court Judgment No. 9174/2558

คดีแพ่งทั้งสองคดีในคดีก่อน จำเลยที่ 1 เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 กับโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ ให้ร่วมกันโอนที่ดินรวม 8 แปลง แก่จำเลยที่ 1 โดยโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่…

Supreme Court Judgment No. 5867/2552

คดีก่อน ศาลฎีกามิได้พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน คงพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เนื่องจากขัดต่อ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 37…

Supreme Court Judgment No. 4005/2552

โจทก์มีสิทธิขอบังคับตามตั๋วสัญญาใช้เงินโดยไม่จำต้องบังคับจำนำเอากับหุ้นก่อน แต่โจทก์ต้องตั้งรูปบรรยายฟ้องและคิดคำนวณยอดหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินอย่างเดียวโดยไม่กล่าวถึงการบังคับจำนำเอากับหุ้นที่จำเลยจำน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up