Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56135)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่ารับอุทธรณ์ข้อ 5 ของจำเลย สำหรับอุทธรณ์ข้ออื่น เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลยทั้งสองเห็นว่า อุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย เนื่องจากจำเลยอุทธรณ์ ว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคดีขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยทั้งสอง ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 96)ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 50,000 บาท เงินโบนัสจำนวน 120,000 บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดประจำปี จำนวน 1,666 บาท เงินค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางขากลับ จำนวน 28,000 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้าง ไม่เป็นธรรมจำนวน 150,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (10 กุมภาพันธ์ 2535) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันชำระค่าชดเชยจำนวน 150,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้าง (15 ตุลาคม 2534) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ฯลฯจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์ข้อ 5 สำหรับอุทธรณ์ข้ออื่นไม่รับ (อันดับ 80)จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 84)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อ 3 เป็นอุทธรณ์ที่พอแปลความได้ว่า ตามฟ้องจำเลยทั้งสอง มีหนังสือบอกกล่าวเลิกจ้างส่งถึงโจทก์วันที่ 23 ตุลาคม 2534 และให้มีผลเป็นการเลิกจ้างโจทก์วันที่ 30 พฤศจิกายน 2534 ซึ่งตามฟ้องดังกล่าว โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้า จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย อุทธรณ์ของจำเลย ทั้งสองข้อ 4 เป็นอุทธรณ์การแปลความหมายของสัญญา ระหว่างโจทก์จำเลย จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อ 6 เป็นการอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลาง พิจารณาพิพากษาคดีไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหา ข้อกฎหมาย ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อ 7 นั้น ปรากฏว่า ฟ้องของโจทก์บรรยายถึงความเสียหายว่าถ้าไม่เลิกจ้าง โจทก์จะได้ทำงานในปี 2535 โจทก์ต้องออกจากงานที่ ประเทศอิตาลีเพื่อมาทำงานกับจำเลย โจทก์ขาดประโยชน์จากค่าเช่าบ้าน ในชั้นสืบพยานโจทก์เบิกความว่าเสียหาย 300,000 บาท เห็นได้ว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องถึงความเสียหาย ของโจทก์และนำสืบถึงความเสียหายดังกล่าวแล้วศาลแรงงานกลางจึงมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหาย ที่โจทก์ควรจะได้รับจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามหลักเกณฑ์ ในมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ดังที่ปรากฏใน คำพิพากษาศาลแรงงานกลาง อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในข้อนี้เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสอง นั้นชอบแล้ว ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 6 ไว้พิจารณาต่อไป

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 267/2536นายวิลเลี่ยม โรเบิร์ต ไดเยอร์โจทก์บริษัทพรีเมียร์เฟอร์นิเจอร์ จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทพรีเมียร์เฟอร์นิเจอร์ จำกัด ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายเดรก แกร้นท์ ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่ารับอุทธรณ์ข้อ 5 ของจำเลย สำหรับอุทธรณ์ข้ออื่น เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลยทั้งสองเห็นว่า อุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย เนื่องจากจำเลยอุทธรณ์ ว่าศาลชั้นต้นพิพากษาคดีขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ข้ออื่นของจำเลยทั้งสอง ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ทนายโจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 96)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน ชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 50,000 บาท เงินโบนัสจำนวน 120,000 บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดประจำปี จำนวน 1,666 บาท เงินค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางขากลับ จำนวน 28,000 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้าง ไม่เป็นธรรมจำนวน 150,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง (10 กุมภาพันธ์ 2535) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสอง ร่วมกันชำระค่าชดเชยจำนวน 150,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้าง (15 ตุลาคม 2534) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว ฯลฯจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับอุทธรณ์ข้อ 5 สำหรับอุทธรณ์ข้ออื่นไม่รับ (อันดับ 80)จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 84)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อ 3 เป็นอุทธรณ์ที่พอแปลความได้ว่า ตามฟ้องจำเลยทั้งสอง มีหนังสือบอกกล่าวเลิกจ้างส่งถึงโจทก์วันที่ 23 ตุลาคม 2534 และให้มีผลเป็นการเลิกจ้างโจทก์วันที่ 30 พฤศจิกายน 2534 ซึ่งตามฟ้องดังกล่าว โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้า จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย อุทธรณ์ของจำเลย ทั้งสองข้อ 4 เป็นอุทธรณ์การแปลความหมายของสัญญา ระหว่างโจทก์จำเลย จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อ 6 เป็นการอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลาง พิจารณาพิพากษาคดีไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหา ข้อกฎหมาย

ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อ 7 นั้น ปรากฏว่า ฟ้องของโจทก์บรรยายถึงความเสียหายว่าถ้าไม่เลิกจ้าง โจทก์จะได้ทำงานในปี 2535 โจทก์ต้องออกจากงานที่ ประเทศอิตาลีเพื่อมาทำงานกับจำเลย โจทก์ขาดประโยชน์จากค่าเช่าบ้าน ในชั้นสืบพยานโจทก์เบิกความว่าเสียหาย 300,000 บาท เห็นได้ว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องถึงความเสียหาย ของโจทก์และนำสืบถึงความเสียหายดังกล่าวแล้วศาลแรงงานกลางจึงมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหาย ที่โจทก์ควรจะได้รับจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามหลักเกณฑ์ ในมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ดังที่ปรากฏใน คำพิพากษาศาลแรงงานกลาง อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในข้อนี้เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ที่ศาลแรงงานกลางไม่รับอุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสอง นั้นชอบแล้ว ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 6 ไว้พิจารณาต่อไป

Matter details

Panel of judges
ชวลิต พรายภู่ · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · โสภณ จันเทรมะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

Supreme Court Judgment No. 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

Supreme Court Judgment No. 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

Supreme Court Judgment No. 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up