Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56137)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ได้กล่าวอ้างว่า การที่จำเลยนำสืบว่า นางอนงค์ เป็นผู้กู้เงินโจทก์โดยจำเลยลงชื่อเป็นผู้กู้ให้โจทก์แทน นั้น ขัดกับคำให้การ ต่อสู้คดีของจำเลยที่ว่าสัญญากู้ปลอมที่โจทก์กับนางอนงค์ สมคบกันทำขึ้น ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ จะรับฟังพยานของจำเลย ได้หรือไม่ ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และการที่จำเลย สืบพยานบุคคลแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร นั้น จะเป็นการ สืบพยานบุคคลแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารตามที่โจทก์อ้างหรือไม่ ปัญหาดังกล่าวนี้ก็เป็นข้อกฎหมายเช่นกัน ฎีกาของโจทก์ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และโจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีนี้ก่อน แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติ มาตรา 248ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โปรดมีคำสั่งให้ รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 73)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2528 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 69)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 71)คำสั่ง1. ฎีกาของโจทก์ที่ว่า จำเลยนำสืบว่านางอนงค์เป็นผู้กู้ยืมเงินโจทก์ โดยจำเลยลงชื่อเป็นผู้กู้ให้โจทก์แทนขัดกับคำให้การต่อสู้คดีของจำเลยว่าสัญญากู้ปลอมที่โจทก์กับนางอนงค์สมคบกันทำขึ้น พยานจำเลยไม่มีน้ำหนักพอจะรับฟังได้ คดีต้องฟังตามที่โจทก์นำสืบมา ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ ชอบแล้ว2. ส่วนฎีกาของโจทก์ที่ว่า จำเลยให้การต่อสู้ว่าเอกสารหมาย จ.1 ปลอมแต่กลับนำพยานบุคคลสืบหักล้างเอกสารหมาย จ.1 ว่าไม่ได้รับเงินกู้ เป็นการนำพยานบุคคลสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารนั้น ปรากฏข้อเท็จจริง ในสำนวนว่า จำเลยให้การไว้ด้วยว่า จำเลยไม่เคยรับเงินกู้ ไปจากโจทก์ จำเลยจึงมิได้นำพยานบุคคลสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลง เอกสาร ฎีกาของโจทก์เป็นการค้าน ข้อเท็จจริง เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ข้อนี้ชอบแล้ว เช่นกัน ให้ยกคำร้องของ โจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 281/2536นายบุญ เกษมราษฎร์โจทก์นางนวลจันทร์ เพียรชนะจำเลยนายระดม เถื่อนนาดี ทนายโจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาเป็นฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ได้กล่าวอ้างว่า การที่จำเลยนำสืบว่า นางอนงค์ เป็นผู้กู้เงินโจทก์โดยจำเลยลงชื่อเป็นผู้กู้ให้โจทก์แทน นั้น ขัดกับคำให้การ ต่อสู้คดีของจำเลยที่ว่าสัญญากู้ปลอมที่โจทก์กับนางอนงค์ สมคบกันทำขึ้น ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ จะรับฟังพยานของจำเลย ได้หรือไม่ ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และการที่จำเลย สืบพยานบุคคลแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร นั้น จะเป็นการ สืบพยานบุคคลแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารตามที่โจทก์อ้างหรือไม่ ปัญหาดังกล่าวนี้ก็เป็นข้อกฎหมายเช่นกัน ฎีกาของโจทก์ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และโจทก์ได้ยื่นฟ้องคดีนี้ก่อน

แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติ มาตรา 248ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โปรดมีคำสั่งให้ รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 73)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2528 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 69)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 71)คำสั่ง1. ฎีกาของโจทก์ที่ว่า จำเลยนำสืบว่านางอนงค์เป็นผู้กู้ยืมเงินโจทก์ โดยจำเลยลงชื่อเป็นผู้กู้ให้โจทก์แทนขัดกับคำให้การต่อสู้คดีของจำเลยว่าสัญญากู้ปลอมที่โจทก์กับนางอนงค์สมคบกันทำขึ้น

พยานจำเลยไม่มีน้ำหนักพอจะรับฟังได้ คดีต้องฟังตามที่โจทก์นำสืบมา ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ ชอบแล้ว2. ส่วนฎีกาของโจทก์ที่ว่า จำเลยให้การต่อสู้ว่าเอกสารหมาย จ.1 ปลอมแต่กลับนำพยานบุคคลสืบหักล้างเอกสารหมาย จ.1 ว่าไม่ได้รับเงินกู้ เป็นการนำพยานบุคคลสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารนั้น ปรากฏข้อเท็จจริง ในสำนวนว่า จำเลยให้การไว้ด้วยว่า จำเลยไม่เคยรับเงินกู้ ไปจากโจทก์ จำเลยจึงมิได้นำพยานบุคคลสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลง เอกสาร ฎีกาของโจทก์เป็นการค้าน ข้อเท็จจริง เป็นปัญหา ข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ข้อนี้ชอบแล้ว เช่นกัน ให้ยกคำร้องของ โจทก์

Matter details

Panel of judges
จิระ บุญพจนสุนทร · ปรีชา ธนานันท์ · สมาน เวทวินิจ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up