Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56146)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 4 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น เห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่มิใช่สาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหมดจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพที่จำเลยควรจะได้รับตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวนั้นสมควรได้รับการพิจารณาวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 114)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก,91 ที่แก้ไขแล้วรวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 8 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 113)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 114)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจริงตามฟ้องโจทก์ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยสองกระทง กระทงละ 4 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ส่วนข้อฎีกาที่จำเลยอ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น พิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธ ในชั้นสอบสวนและชั้นศาลย่อมเป็นเหตุบรรเทาโทษศาลควร ลดโทษให้แก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 นั้น เห็นว่าเป็นฎีกาดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล ซึ่งเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน และที่จำเลยฎีกา ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายเมื่อเดือนตุลาคม 2532 และต่อมาเมื่อเดือนมกราคม 2533 จำเลยได้กระทำชำเรา ผู้เสียหายอีก เป็นการกระทำผิดต่อเนื่องจากเจตนาเดิม จึงเป็นการกระทำผิดกรรมเดียว ศาลควรลงโทษจำเลยเพียง กรรมเดียวนั้น เห็นว่า เป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่เป็นสาระ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในปัญหาดังกล่าวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 365/2536พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์นายจุ๋มหรือพระภิกษุจุ๋ม เพ็งพิพัฒน์จำเลยนายจุ๋มหรือพระภิกษุจุ๋ม เพ็งพิพัฒน์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 218 ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 4 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น เห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่มิใช่สาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหมดจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพที่จำเลยควรจะได้รับตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวนั้นสมควรได้รับการพิจารณาวินิจฉัยจากศาลสูง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 114)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก,91 ที่แก้ไขแล้วรวม 2 กระทง จำคุกกระทงละ 4 ปี รวมจำคุก 8 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 113)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 114)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจริงตามฟ้องโจทก์ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยสองกระทง กระทงละ 4 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลยมีกำหนด 8 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ส่วนข้อฎีกาที่จำเลยอ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น

พิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธ ในชั้นสอบสวนและชั้นศาลย่อมเป็นเหตุบรรเทาโทษศาลควร ลดโทษให้แก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 นั้น เห็นว่าเป็นฎีกาดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาล ซึ่งเป็น ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน และที่จำเลยฎีกา ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายเมื่อเดือนตุลาคม 2532 และต่อมาเมื่อเดือนมกราคม 2533 จำเลยได้กระทำชำเรา ผู้เสียหายอีก เป็นการกระทำผิดต่อเนื่องจากเจตนาเดิม จึงเป็นการกระทำผิดกรรมเดียว ศาลควรลงโทษจำเลยเพียง กรรมเดียวนั้น เห็นว่า เป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่เป็นสาระ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในปัญหาดังกล่าวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · เธียรไท สุนทรนันท
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2948/2555

ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์โต้แย้งเฉพาะในส่วนดุลพินิจการกำหนดโทษของศาลชั้นต้นการที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาในทำนองว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น จึงเป็นการฎีกาในข้อ…

Supreme Court Judgment No. 10579/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ปรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กระทงละ 1,800 บาท จำเลยที่ 4 อายุกว่าสิบเจ็ดปี แต่ยังไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ.…

Supreme Court Judgment No. 15690/2553

การร้องทุกข์ในคดีอาญา กฎหมายมิได้กำหนดแบบการร้องทุกข์ไว้ จึงอาจร้องทุกข์ด้วยวาจาหรือหนังสือก็ได้ สาระสำคัญจึงอยู่ที่ว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายวิโรจน์ร้องทุกข์จริงหรือไม่เท่านั้น เมื่อศาลมิได้สงสัยและจ…

Supreme Court Judgment No. 5474/2553

จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องย้อนไปวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์ร่วมได้มอบหมายให้จำเลยดำเนินการในลักษณะที่ส่งมอบการครอบครองเงินไปอยู่กับ…

Supreme Court Judgment No. 164/2553

โจทก์บรรยายฟ้องระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจำเลยกับพวกกระทำความผิดโดยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบหลายกรรมต่างกัน ซึ่งข้อหาความผิดตามฟ้องในแต่ละกระทงมิใช่เป็นคดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up