Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56189)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์แต่เฉพาะปัญหาข้อเท็จจริง ว่าโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายควรได้ รับการรอการลงโทษซึ่งศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฉะนั้นเมื่อจำเลยที่ 1 ฟ้องฎีกาเกี่ยวกับดุลยพินิจซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ย่อมต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 รวมทั้งฟ้องฎีกาไม่มีปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้าง จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลย ที่ 1มีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย และมีความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ รวมเป็นความผิด 2 กระทง แต่ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันทำร้าย ร่างกายเพียงกระทงเดียวและพิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ในกรณีนี้ถือว่าเป็นการแก้ไขมาก ย่อมไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จำเลยที่ 1 จึงสามารถฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 84)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,295 จำคุกคนละ 2 ปี ความผิดกระทง นี้จำเลยทั้งสองรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นเหตุ บรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน กับมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335(7) อีก กระทงหนึ่ง จำคุกคนละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 3 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐาน ร่วมกันทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,83 เพียงกระทงเดียว ลดโทษให้แล้วให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี 6 เดือน ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7),83จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 82)จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 84)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 จะอุทธรณ์ เฉพาะปัญหาข้อเท็จจริงว่าโทษจำคุกในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ควรได้รับการรอการลงโทษ แต่ศาลอุทธรณ์ก็มิได้หยิบยกปัญหา ข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยจำเลยที่ 1 ได้ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ควรหยิบยก ปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยด้วยอันเป็นการคัดค้านการไม่หยิบยกปัญหา ที่จำเลยที่ 1 ได้อุทธรณ์ขึ้นวินิจฉัยและเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้น ดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 831/2536พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายวิบูลย์หรือบุล แซ่อึ้ง กับพวกจำเลยร้อยตำรวจตรีจารึก จารุเหติ ทนายจำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์แต่เฉพาะปัญหาข้อเท็จจริง ว่าโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายควรได้ รับการรอการลงโทษซึ่งศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฉะนั้นเมื่อจำเลยที่ 1 ฟ้องฎีกาเกี่ยวกับดุลยพินิจซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ย่อมต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 รวมทั้งฟ้องฎีกาไม่มีปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยที่ 1 กล่าวอ้าง จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลย ที่ 1มีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย และมีความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ รวมเป็นความผิด 2 กระทง แต่ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานร่วมกันทำร้าย

ร่างกายเพียงกระทงเดียวและพิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ในกรณีนี้ถือว่าเป็นการแก้ไขมาก ย่อมไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218จำเลยที่ 1 จึงสามารถฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่ง รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 84)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,295 จำคุกคนละ 2 ปี ความผิดกระทง นี้จำเลยทั้งสองรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นเหตุ บรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน กับมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,335(7) อีก กระทงหนึ่ง จำคุกคนละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 3 ปี 6 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐาน ร่วมกันทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,83 เพียงกระทงเดียว ลดโทษให้แล้วให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี 6 เดือน ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7),83จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 82)จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 84)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 จะอุทธรณ์ เฉพาะปัญหาข้อเท็จจริงว่าโทษจำคุกในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ควรได้รับการรอการลงโทษ แต่ศาลอุทธรณ์ก็มิได้หยิบยกปัญหา ข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยจำเลยที่ 1 ได้ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ควรหยิบยก ปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยด้วยอันเป็นการคัดค้านการไม่หยิบยกปัญหา ที่จำเลยที่ 1 ได้อุทธรณ์ขึ้นวินิจฉัยและเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้น ดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
อัมพร ทองประยูร · สกล เหมือนพะวงศ์ · พิมล สมานิตย์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up