Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56194)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีมีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทตามฎีกาของจำเลยในข้อที่ 2 เป็น การฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2 ที่ว่า คำพิพากษา ของศาลอุทธรณ์ขัดแย้งและไม่ชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 11 มาตรา 600 และมาตรา 598 นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และคดีนี้มีทุนทรัพย์ขณะยื่นคำร้อง 100,000 บาท และ โจทก์ยื่นคำฟ้องก่อนที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534ใช้บังคับ พระราชบัญญัติฉบับนี้จึงไม่มีผลย้อนหลังไปบังคับคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนแล้วจำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 85)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 80 แผ่นที่ 4)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าความชำรุดเสียหายที่เกิดขึ้นในตัวอาคารที่จำเลยก่อสร้างเกิดจากความบกพร่องของจำเลยที่ทำการก่อสร้างไม่เรียบร้อยใช้วัสดุไม่ดี หรือทำไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการจำเลยต้องรับผิดตามสัญญา คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์มิได้ขัดต่อกฎหมายดังที่จำเลยอ้างแต่อย่างใดฎีกาของจำเลยล้วนแต่ โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงหาใช่ข้อกฎหมายไม่ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ที่จำเลยอ้างว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อปี พ.ศ. 2532ก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใหม่ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงเพราะบทกฎหมายที่แก้ไขใหม่ดังกล่าวไม่มีผลย้อนหลังไปบังคับใช้นั้น เห็นว่าการพิจารณาว่าคดีต้องห้ามฎีกาหรือไม่ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลยยื่นฎีกา ซึ่งขณะที่จำเลยยื่นฎีกาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ใช้บังคับแล้ว ดังนี้ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 880/2536มหาวิทยาลัยรามคำแหงโจทก์บริษัทรัตนเคหะ จำกัดจำเลยบริษัทรัตนเคหะ จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีมีทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทตามฎีกาของจำเลยในข้อที่ 2 เป็น การฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2 ที่ว่า คำพิพากษา ของศาลอุทธรณ์ขัดแย้งและไม่ชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 11 มาตรา 600 และมาตรา 598 นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และคดีนี้มีทุนทรัพย์ขณะยื่นคำร้อง 100,000 บาท และ โจทก์ยื่นคำฟ้องก่อนที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534ใช้บังคับ พระราชบัญญัติฉบับนี้จึงไม่มีผลย้อนหลังไปบังคับคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนแล้วจำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 85)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 80 แผ่นที่ 4)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าความชำรุดเสียหายที่เกิดขึ้นในตัวอาคารที่จำเลยก่อสร้างเกิดจากความบกพร่องของจำเลยที่ทำการก่อสร้างไม่เรียบร้อยใช้วัสดุไม่ดี หรือทำไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการจำเลยต้องรับผิดตามสัญญา คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์มิได้ขัดต่อกฎหมายดังที่จำเลยอ้างแต่อย่างใดฎีกาของจำเลยล้วนแต่

โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงหาใช่ข้อกฎหมายไม่ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ที่จำเลยอ้างว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อปี พ.ศ. 2532ก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใหม่ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงเพราะบทกฎหมายที่แก้ไขใหม่ดังกล่าวไม่มีผลย้อนหลังไปบังคับใช้นั้น เห็นว่าการพิจารณาว่าคดีต้องห้ามฎีกาหรือไม่ต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่จำเลยยื่นฎีกา ซึ่งขณะที่จำเลยยื่นฎีกาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ใช้บังคับแล้ว ดังนี้ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
กู้เกียรติ สุนทรบุระ · บุญส่ง วรรณกลาง · ประพัฒน์ อุชุภาพ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up