Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56228)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า พิเคราะห์แล้วจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขฎีกาจำเลยล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้ชำระเงินจำนวน293,745 บาท ซึ่งเป็นทุนทรัพย์ในคดีนี้ และงานรับเหมาในคดีนี้เป็นงานเดียวเท่านั้น แต่โจทก์กลับมาฟ้องเป็นสองคดีในเวลาเดียวกัน เมื่อศาลพิพากษา ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสองคดีจึงไม่เป็นธรรมแก่จำเลย และ เป็นฟ้องซ้ำซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน85,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 85,600 บาท นับแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ(อันดับ 69,68) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นกรณี จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234,247 จึงให้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตาม คำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 10 วัน ต่อมา จำเลยทั้งสองแถลงขอถือเอาเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่วางไว้ต่อศาล ในขณะยื่นฎีกา และหนังสือค้ำประกันที่วางไว้ต่อศาล ในชั้นทุเลาการบังคับคดีระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกันตาม คำสั่งศาลศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาพิจารณา(อันดับ 71,72) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า มูลกรณีของคดีนี้โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ชำระหนี้ ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ 1ชำระหนี้แล้ว ตามคดีหมายเลขแดงที่ 15863/2532โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องอีกจึงเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าวเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วว่าคดีดังกล่าว โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าซ่อมผิวจราจร 3 แห่งเป็นเงิน 85,600 บาท โดยอาศัยสัญญาจ้างเหมาลงวันที่6 ตุลาคม 2531 ตามเอกสารหมาย จ.7 ซึ่งมูลกรณีเกิดขึ้นหลังคดีนี้ มูลกรณีของคดีดังกล่าวกับคดีนี้เป็นคนละเรื่องมิได้ซ้อนกัน ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงต่างจาก ที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเมื่อทุนทรัพย์ ชั้นฎีกาของคดีนี้ไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองนั้นชอบแล้ว และเมื่อฎีกาของจำเลยตกไปแล้ว ก็ไม่มีเหตุที่จะทุเลาการบังคับ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยก็ชอบแล้วดุจกัน ให้ยกคำร้องของ จำเลยทั้งสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 977/2536นายปราโมทย์ ลักษณพรหมโจทก์บริษัทเทพโทร-อินสตรูเมนท์ จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทเทพโทร-อินสตรูเมนท์ จำกัด ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสัจจา เจนธรรมนุกูล ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า

พิเคราะห์แล้วจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ที่แก้ไขฎีกาจำเลยล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องให้ชำระเงินจำนวน293,745 บาท ซึ่งเป็นทุนทรัพย์ในคดีนี้ และงานรับเหมาในคดีนี้เป็นงานเดียวเท่านั้น แต่โจทก์กลับมาฟ้องเป็นสองคดีในเวลาเดียวกัน เมื่อศาลพิพากษา ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสองคดีจึงไม่เป็นธรรมแก่จำเลย และ เป็นฟ้องซ้ำซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน85,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 85,600 บาท นับแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2531 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาและไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับ(อันดับ 69,68) จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นกรณี จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234,247 จึงให้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตาม คำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 10 วัน ต่อมา จำเลยทั้งสองแถลงขอถือเอาเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่วางไว้ต่อศาล ในขณะยื่นฎีกา และหนังสือค้ำประกันที่วางไว้ต่อศาล ในชั้นทุเลาการบังคับคดีระหว่างอุทธรณ์เป็นหลักประกันตาม คำสั่งศาลศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาพิจารณา(อันดับ 71,72) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า มูลกรณีของคดีนี้โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ชำระหนี้ ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ 1ชำระหนี้แล้ว ตามคดีหมายเลขแดงที่ 15863/2532โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องอีกจึงเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าวเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วว่าคดีดังกล่าว โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าซ่อมผิวจราจร 3 แห่งเป็นเงิน 85,600 บาท โดยอาศัยสัญญาจ้างเหมาลงวันที่6 ตุลาคม 2531 ตามเอกสารหมาย จ.7 ซึ่งมูลกรณีเกิดขึ้นหลังคดีนี้ มูลกรณีของคดีดังกล่าวกับคดีนี้เป็นคนละเรื่องมิได้ซ้อนกัน ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการเถียงข้อเท็จจริงต่างจาก ที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเมื่อทุนทรัพย์ ชั้นฎีกาของคดีนี้ไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองนั้นชอบแล้ว และเมื่อฎีกาของจำเลยตกไปแล้ว ก็ไม่มีเหตุที่จะทุเลาการบังคับ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยก็ชอบแล้วดุจกัน ให้ยกคำร้องของ จำเลยทั้งสอง

Matter details

Panel of judges
ประยูร มูลศาสตร์ · ก้าน อันนานนท์ · ณรงค์ ตันติเตมิท
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up