Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56241)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2 ประการแรกและประการที่ 2 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงไปสู่ข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาประการที่ 3 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 4 จึงไม่รับฎีกา จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ร่วมทั้งหกเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่และคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวด้วย หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งหกต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 232 แผ่นที่ 2,277 แผ่นที่ 2 ที่ 3,279 แผ่นที่ 2, 286 แผ่นที่ 3 ที่ 5,287 แผ่นที่ 2) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2285/2534 นี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกจำเลยทั้งสองในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามเดิม เรียกจำเลยในอีกคดีหนึ่งว่า จำเลยที่ 3 ระหว่างพิจารณา นายทวี ยมวรรณ กับพวกรวม 6 คนผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ฯลฯ ลงโทษจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จำคุกคนละ 4 เดือนจำเลยทั้งสามกระทำความผิด 7 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ รวมแล้วลงโทษจำเลยทั้งสามจำคุกคนละ 28 เดือน ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ที่แก้ไขแล้วเพียง 6 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษคงจำคุกจำเลยที่ 2และที่ 3 ไว้คนละ 24 เดือน ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้เงิน ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 261) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 263)คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าโจทก์ร่วมทั้งหกและนายจำเนียรพงษ์สวัสดิ์ ผู้เสียหายยอมเสียเงินให้จำเลยเพื่อฝากงานให้แก่พวกของผู้เสียหาย เท่ากับผู้เสียหายรู้ว่าเพื่อให้ผู้ใหญ่กระทำหรือไม่กระทำที่มิชอบด้วยหน้าที่ ถือว่าผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้นแต่ในข้อนี้ศาลอุทธรณ์ฟังว่าไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายทั้งเจ็ดให้เงินไปเพื่อให้จำเลยนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำ โดยไม่ชอบด้วยหน้าที่ ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาข้อเท็จจริง อันนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงถือเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สำหรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า โจทก์ร่วมทั้งหกและนายจำเนียรพงษ์สวัสดิ์ รู้เรื่องการถูกหลอกลวงก่อนที่จะมาทวงเงิน เท่ากับจำเลยที่ 1 ฎีกาโต้เถียงเรื่องโจทก์ร่วมทั้งหกและนายจำเนียรพงษ์สวัสดิ์ รู้เรื่องถูกหลอกลวงเมื่อใด ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1013/2536พนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายทวี ยมวรรณ กับพวกโจทก์นายมานิตย์ มีแสงนิล กับพวกจำเลยนายมานิตย์ มีแสงนิล จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยข้อ 2 ประการแรกและประการที่ 2 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงไปสู่ข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาประการที่ 3 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 4 จึงไม่รับฎีกา

จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ร่วมทั้งหกเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่และคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวด้วย หมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งหกต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 232 แผ่นที่ 2,277 แผ่นที่ 2 ที่ 3,279 แผ่นที่ 2, 286 แผ่นที่ 3 ที่ 5,287 แผ่นที่ 2) คดีของศาลชั้นต้นหมายเลขแดงที่ 2285/2534 นี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกจำเลยทั้งสองในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตามเดิม เรียกจำเลยในอีกคดีหนึ่งว่า จำเลยที่ 3 ระหว่างพิจารณา นายทวี ยมวรรณ กับพวกรวม 6 คนผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ฯลฯ ลงโทษจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จำคุกคนละ 4 เดือนจำเลยทั้งสามกระทำความผิด 7 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ รวมแล้วลงโทษจำเลยทั้งสามจำคุกคนละ 28 เดือน ฯลฯ

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,83,91 ที่แก้ไขแล้วเพียง 6 กรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษคงจำคุกจำเลยที่ 2และที่ 3 ไว้คนละ 24 เดือน ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้เงิน ฯลฯ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 261) จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 263)คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าโจทก์ร่วมทั้งหกและนายจำเนียรพงษ์สวัสดิ์ ผู้เสียหายยอมเสียเงินให้จำเลยเพื่อฝากงานให้แก่พวกของผู้เสียหาย เท่ากับผู้เสียหายรู้ว่าเพื่อให้ผู้ใหญ่กระทำหรือไม่กระทำที่มิชอบด้วยหน้าที่ ถือว่าผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นั้นแต่ในข้อนี้ศาลอุทธรณ์ฟังว่าไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายทั้งเจ็ดให้เงินไปเพื่อให้จำเลยนำไปให้เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้กระทำ โดยไม่ชอบด้วยหน้าที่ ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาข้อเท็จจริง อันนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงถือเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สำหรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่า โจทก์ร่วมทั้งหกและนายจำเนียรพงษ์สวัสดิ์ รู้เรื่องการถูกหลอกลวงก่อนที่จะมาทวงเงิน

เท่ากับจำเลยที่ 1 ฎีกาโต้เถียงเรื่องโจทก์ร่วมทั้งหกและนายจำเนียรพงษ์สวัสดิ์ รู้เรื่องถูกหลอกลวงเมื่อใด ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เพี้ยน พุทธสุอัตตา · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up