Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56249)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วว่า จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายฎีกาของจำเลยที่ว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงนี้ จึงเป็นการฎีกา ข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่าการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ดังที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ และจำเลยได้ต่อสู้ในประเด็นนี้ ไว้ชัดแจ้งทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีแพ่ง เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในการวินิจฉัยคดีของศาลจึงสมควร ที่จะต้องวินิจฉัยองค์ประกอบความผิดให้แจ้งชัด ฎีกาของจำเลย ในประเด็นดังกล่าวนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับ การพิจารณาวินิจฉัยจากศาลฎีกา โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายทรงคุณ อัตถากรผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ลงโทษจำคุก 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง จึงลงโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก 4 เดือน ให้จำเลยคืน หรือชดใช้เงินจำนวน 70,000 บาท แก่ผู้เสียหายศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 94 แผ่นที่ 3)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 102)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญา ในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทำสัญญาในฐานะผู้ขายและแสดงตนเป็นเจ้าของบ้านแล้วไม่สามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ร่วมได้ การที่จำเลยฎีกาว่าศาลล่างยังมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยหลอกลวง ว่าเป็นเจ้าของบ้านพร้อมที่ดินพิพาท และยังมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์บ้านพร้อมที่ดินพิพาท ให้แก่โจทก์ร่วมได้ การกระทำของจำเลยยังไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 341 จึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายที่กล่าวมาข้างต้นที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1102/2536พนักงานอัยการกองคดีศาลแขวงพระโขนงโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายทรงคุณ อัตถากรโจทก์นางสุรินทร์ บุณยศิริศรีจำเลยนางสุรินทร์ บุณยศิริศรี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วว่า จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายฎีกาของจำเลยที่ว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงนี้ จึงเป็นการฎีกา ข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่าการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบความผิดตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ดังที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ และจำเลยได้ต่อสู้ในประเด็นนี้ ไว้ชัดแจ้งทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีแพ่ง เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ในการวินิจฉัยคดีของศาลจึงสมควร ที่จะต้องวินิจฉัยองค์ประกอบความผิดให้แจ้งชัด ฎีกาของจำเลย ในประเด็นดังกล่าวนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันควรได้รับ การพิจารณาวินิจฉัยจากศาลฎีกา

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายทรงคุณ อัตถากรผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ลงโทษจำคุก 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง จึงลงโทษให้หนึ่งในสาม คงลงโทษจำคุก 4 เดือน ให้จำเลยคืน หรือชดใช้เงินจำนวน 70,000 บาท แก่ผู้เสียหายศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 94 แผ่นที่ 3)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 102)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก

ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญา ในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทำสัญญาในฐานะผู้ขายและแสดงตนเป็นเจ้าของบ้านแล้วไม่สามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ร่วมได้ การที่จำเลยฎีกาว่าศาลล่างยังมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยหลอกลวง ว่าเป็นเจ้าของบ้านพร้อมที่ดินพิพาท และยังมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์บ้านพร้อมที่ดินพิพาท ให้แก่โจทก์ร่วมได้ การกระทำของจำเลยยังไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 341 จึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายที่กล่าวมาข้างต้นที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อำนวย สุขพรหม · อัมพร เดชศิริ · พรชัย สมรรถเวช
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up