คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1134/2536นายเรือง ศรีสุขโจทก์นายเนื่อง ศรีสุขจำเลยนายเนื่อง ศรีสุข จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 1 ปี ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวจึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานยักยอก เนื่องจากอายุความตามสิทธิเรียกร้องของโจทก์ระงับ ไปแล้วโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 84 แผ่นที่ 2)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352,353,354ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 จำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 79)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว
ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ดำเนินการ บังคับคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความภายในสิบปี สิทธิเรียกร้องของโจทก์ระงับไปแล้ว จำเลยได้ครอบครอง ที่ดินพิพาทมานานเกินสิบปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ จำเลยใช้สิทธิ โดยสุจริตไปขอโอนที่ดินมรดกเฉพาะส่วนเป็นของตนเอง หาได้มีเจตนาทุจริตไม่ ไม่เป็นการยักยอกนั้น เห็นว่า ฎีกา ของจำเลยเป็นการโต้เถียงว่า จำเลยไม่มีเจตนากระทำความผิด ฐานยักยอกนั่นเอง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลย จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลย นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง