Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56296)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายก็มิได้เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่พิพาทกันในระหว่างใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับเดิมซึ่งยังมิได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมใหม่ จำเลยจึงสามารถยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้เพราะทุนทรัพย์เกินห้าหมื่นบาท และฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายจำเลยได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยได้บอกยกเลิกสัญญาโดยไม่เป็นฝ่ายผิดโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และข้อสัญญาขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้อง ขอทุเลาการบังคับของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 532 เล่ม 6 ก.หน้า 32 ตำบลกุดจอก อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาทเนื้อที่ 17 ไร่ 83 ตารางวา แก่โจทก์ โดยให้โจทก์ชำระราคาที่ดินแก่จำเลย 92,000 บาท หากจำเลยไม่ไปจัดการจดทะเบียนโอนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยถึงแก่กรรมนางสมหมาย คะใจหรือเลี้ยงบุตร พี่สาวร่วมบิดามารดาเดียวกับจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์อนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 82)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 87)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่า สัญญาซื้อขายที่พิพาท จำเลยเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะที่ดินของจำเลยควรขายได้ราคาสูง กว่าที่ตกลงกัน สัญญาดังกล่าวจึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญานั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญาซื้อขายดังกล่าวมิได้ขัดต่อ กฎหมาย จำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและจำเลยต้องรับผิด ต่อโจทก์ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่ข้อกฎหมาย ดังที่จำเลยกล่าวอ้างไม่ ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งที่แก้ไขใหม่ ที่จำเลยอ้างว่า คดีนี้พิพาทกันระหว่างใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับเดิม จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น เห็นว่า การพิจารณารับหรือไม่รับฎีกาต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับในขณะที่จำเลยยื่นฎีกา ดังนี้ ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1363/2536นางสำเนียง ศรีรุณโจทก์นางสาวสายพิณ คะใจจำเลยนางสาวสายพิณ คะใจ โดยนางสมหมาย คะใจหรือเลี้ยงบุตรผู้ยื่นคำร้องคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายก็มิได้เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่พิพาทกันในระหว่างใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับเดิมซึ่งยังมิได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมใหม่ จำเลยจึงสามารถยื่นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้เพราะทุนทรัพย์เกินห้าหมื่นบาท และฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายจำเลยได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาแล้วทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยได้บอกยกเลิกสัญญาโดยไม่เป็นฝ่ายผิดโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และข้อสัญญาขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้อง ขอทุเลาการบังคับของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 532 เล่ม 6 ก.หน้า 32 ตำบลกุดจอก อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาทเนื้อที่ 17 ไร่ 83 ตารางวา แก่โจทก์ โดยให้โจทก์ชำระราคาที่ดินแก่จำเลย 92,000 บาท หากจำเลยไม่ไปจัดการจดทะเบียนโอนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยถึงแก่กรรมนางสมหมาย คะใจหรือเลี้ยงบุตร พี่สาวร่วมบิดามารดาเดียวกับจำเลยยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลอุทธรณ์อนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 82)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 87)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

จำเลยฎีกาว่า สัญญาซื้อขายที่พิพาท จำเลยเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะที่ดินของจำเลยควรขายได้ราคาสูง กว่าที่ตกลงกัน สัญญาดังกล่าวจึงขัดต่อความสงบเรียบร้อยจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญานั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญาซื้อขายดังกล่าวมิได้ขัดต่อ กฎหมาย จำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและจำเลยต้องรับผิด ต่อโจทก์ อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่ข้อกฎหมาย ดังที่จำเลยกล่าวอ้างไม่ ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งที่แก้ไขใหม่ ที่จำเลยอ้างว่า คดีนี้พิพาทกันระหว่างใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับเดิม จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น เห็นว่า การพิจารณารับหรือไม่รับฎีกาต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับในขณะที่จำเลยยื่นฎีกา ดังนี้ ฎีกาของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้ ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
กู้เกียรติ สุนทรบุระ · บุญส่ง วรรณกลาง · ประพัฒน์ อุชุภาพ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up