Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56297)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกา และศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย และให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์แต่ปรากฏว่าส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ไม่ได้ เนื่องจากโจทก์ได้ถึงแก่กรรมไปก่อนแล้ว จำเลยมีความประสงค์ที่จะฎีกาต่อไปซึ่งโจทก์มีทายาทดังต่อไปนี้ คือ 1. นางจิตรผกาศรี ภรรยาโจทก์2. นายสุวิทย์หรือสวิทย์ผกาศรี บุตรโจทก์ 3. นายประดิษฐ์ผกาศรีบุตรโจทก์4.นางอรนุชผกาศรี บุตรโจทก์5. นายสะพัดผกาศรีบุตรโจทก์6.นางนารีผกาศรี บุตรโจทก์รายละเอียดปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 1 และนางราตรีผกาศรีหรือทุมมา เป็นบุตรโจทก์ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 2 จึงขอให้ ศาลได้โปรดมีคำสั่งเรียกทายาทของโจทก์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ในคดีนี้ต่อไปหมายเหตุ ทายาทของโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 88)ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า ที่พิพาทซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 628 เล่ม 7 ก. หน้า 28 เลขที่ดิน 75 ตำบลตบหูอำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี มีอาณาเขตด้านทิศเหนือจดที่ดินของนายสุด ธุระพินและที่ดินของนายอั้วบุตรวงค์ทิศใต้จดที่ดินจำเลย ทิศตะวันออกจดลำห้วยขุมเงิน ทิศตะวันตกจดทางเกวียน เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง และให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ดังกล่าว เฉพาะส่วนทางด้านทิศเหนือที่เป็นของโจทก์ เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ออกจากสารบบทะเบียน น.ส.3 ก. ของอำเภอเดชอุดม ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 3,000 บาท แก่โจทก์ทุกปีนับแต่วันฟ้องคดีจนกว่าจำเลยและ บริวารจะออกจากที่ดินพิพาทจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นได้รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (อันดับ 70,73)จำเลยยื่นคำร้องนี้ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง (อันดับ 85,90)คำสั่งทายาทที่จำเลยขอให้เรียกเข้ามาแทนโจทก์ผู้มรณะทราบนัด ไต่สวนแล้วไม่มาศาล ทางไต่สวนได้ความว่าโจทก์ถึงแก่ความตายแล้วตามใบมรณบัตรเอกสารหมาย ล.1 ปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย ล.2 ว่า นางจิตรผกาศรี เป็นภรรยาของโจทก์ส่วนนายสุวิทย์นายประดิษฐ์นางอรนุชนายสะพัดนางนารีและนางราตรีเป็นบุตรของโจทก์ เป็นทายาทของโจทก์จริงตามคำร้องจำเลย เป็นเหตุสมควรจึงมีคำสั่งตั้ง 1 นางจิตรผกาศรี ภรรยาโจทก์ 2 นายสุวิทย์หรือสวิทย์ผกาศรีบุตรโจทก์3นายประดิษฐ์ผกาศรี บุตรโจทก์ 4 นางอรนุชผกาศรีบุตรโจทก์5นายสะพัดผกาศรี บุตรโจทก์ 6 นางนารี ผกาศรีบุตรโจทก์7นางราตรีผกาศรีหรือทุมมา บุตรโจทก์เข้ามาเป็นคู่ความ โดยร่วมกันเป็นโจทก์แทนที่ผู้มรณะตามคำร้องของ จำเลย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1364/2536นายสรวง ผกาศรีโจทก์นางใส ปัจศรีจำเลยนางใส ปัจศรี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 42ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกา และศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย และให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์แต่ปรากฏว่าส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์ไม่ได้ เนื่องจากโจทก์ได้ถึงแก่กรรมไปก่อนแล้ว จำเลยมีความประสงค์ที่จะฎีกาต่อไปซึ่งโจทก์มีทายาทดังต่อไปนี้ คือ 1. นางจิตรผกาศรี ภรรยาโจทก์2. นายสุวิทย์หรือสวิทย์ผกาศรี บุตรโจทก์ 3. นายประดิษฐ์ผกาศรีบุตรโจทก์4.นางอรนุชผกาศรี บุตรโจทก์5. นายสะพัดผกาศรีบุตรโจทก์6.นางนารีผกาศรี บุตรโจทก์รายละเอียดปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 1 และนางราตรีผกาศรีหรือทุมมา เป็นบุตรโจทก์ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 2 จึงขอให้ ศาลได้โปรดมีคำสั่งเรียกทายาทของโจทก์ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ในคดีนี้ต่อไปหมายเหตุ ทายาทของโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 88)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับเป็นว่า ที่พิพาทซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 628 เล่ม 7 ก. หน้า 28 เลขที่ดิน 75 ตำบลตบหูอำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี มีอาณาเขตด้านทิศเหนือจดที่ดินของนายสุด ธุระพินและที่ดินของนายอั้วบุตรวงค์ทิศใต้จดที่ดินจำเลย ทิศตะวันออกจดลำห้วยขุมเงิน ทิศตะวันตกจดทางเกวียน เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง และให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ดังกล่าว เฉพาะส่วนทางด้านทิศเหนือที่เป็นของโจทก์ เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ออกจากสารบบทะเบียน น.ส.3 ก. ของอำเภอเดชอุดม ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 3,000 บาท แก่โจทก์ทุกปีนับแต่วันฟ้องคดีจนกว่าจำเลยและ บริวารจะออกจากที่ดินพิพาทจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นได้รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ (อันดับ 70,73)จำเลยยื่นคำร้องนี้

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง (อันดับ 85,90)คำสั่งทายาทที่จำเลยขอให้เรียกเข้ามาแทนโจทก์ผู้มรณะทราบนัด ไต่สวนแล้วไม่มาศาล ทางไต่สวนได้ความว่าโจทก์ถึงแก่ความตายแล้วตามใบมรณบัตรเอกสารหมาย ล.1 ปรากฏตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย ล.2 ว่า นางจิตรผกาศรี เป็นภรรยาของโจทก์ส่วนนายสุวิทย์นายประดิษฐ์นางอรนุชนายสะพัดนางนารีและนางราตรีเป็นบุตรของโจทก์ เป็นทายาทของโจทก์จริงตามคำร้องจำเลย เป็นเหตุสมควรจึงมีคำสั่งตั้ง 1 นางจิตรผกาศรี ภรรยาโจทก์ 2 นายสุวิทย์หรือสวิทย์ผกาศรีบุตรโจทก์3นายประดิษฐ์ผกาศรี บุตรโจทก์ 4 นางอรนุชผกาศรีบุตรโจทก์5นายสะพัดผกาศรี บุตรโจทก์ 6 นางนารี ผกาศรีบุตรโจทก์7นางราตรีผกาศรีหรือทุมมา บุตรโจทก์เข้ามาเป็นคู่ความ โดยร่วมกันเป็นโจทก์แทนที่ผู้มรณะตามคำร้องของ จำเลย

Matter details

Panel of judges
วินัย วิมลเศรษฐ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ชวลิต พรายภู่
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3902/2568

เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นบิดาถึงแก่ความตาย อำนาจปกครองบุตรย่อมตกแก่ผู้คัดค้านที่เป็นมารดาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1566 (1) กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องอำนาจปกครองอีกต่อไป ส่วนเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น ทนายผ…

Supreme Court Judgment No. 4043/2567

การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ ให้ยกคำร้อง และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึ…

Supreme Court Judgment No. 2232/2567

เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีในคดีส่วนอาญาออกจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาต้…

Supreme Court Judgment No. 2659/2566

คดีนี้โจทก์มีคำขอให้จำเลยชดใช้เงินที่ยักยอกไปจากผู้ร้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 จำเลยถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา อันส่งผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) แต่เมื่อปรากฏว่…

Supreme Court Judgment, B.E. 2566 (ref. 689194)

เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงแก่ความตายระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ภาค 1 สิทธิในการนำคดีอาญาของจำเลยที่ 2 มาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) แต่สำหรับคดีส่วนแพ่งนั้น ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up