คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1506/2536พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมาโจทก์นายธนาวัฒน์ แย้มผะกาจำเลยพนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมา โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 247ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์เป็นเรื่องโต้แย้งคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้น ต้องอุทธรณ์ไปตามลำดับศาล โจทก์ไม่มีสิทธิยื่นฎีกาได้ จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า โจทก์ยื่นฎีกาเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์ภาค 1ได้มีคำพิพากษายืนลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว แต่ศาลชั้นต้นกลับมีคำสั่งใหม่ว่าคดีระงับและให้ปล่อยตัวจำเลยไป เป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่าคดีระงับดังกล่าวมิใช่เป็นคำสั่งในฐานะศาลชั้นต้นตามปกติ แต่เป็นการสั่งแทนศาลอุทธรณ์ภาค 1 การที่โจทก์โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้น ดังกล่าวเท่ากับเป็นการโต้แย้งคัดค้านคำสั่งอุทธรณ์ภาค 1โจทก์จึงมีสิทธิยื่นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 216 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ
จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 114,115)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 1 ปี ให้จำเลยใช้เงินที่ฉ้อโกงไปจำนวน 79,600 บาท แก่ผู้เสียหายศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้โจทก์จำเลยและผู้เสียหายฟังแล้ว ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าเมื่อผู้เสียหายถอน คำร้องทุกข์สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับลง ให้ปล่อยตัว จำเลยไปได้โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 111)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 112)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแล้ว ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา คำพิพากษาย่อมถึงที่สุด
ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจถอนคำร้องทุกข์ การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ ปล่อยตัวจำเลย เพราะสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ เนื่องจาก ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์นั้นเป็นการแก้ไขคำพิพากษาของ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกระทำได้เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้แย้งคำสั่งตามปกติของศาลชั้นต้นซึ่งสั่งไปตามอำนาจที่มีอยู่ มิได้สั่งแทนศาลอุทธรณ์ภาค 1 โจทก์จึงต้องอุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาตามลำดับศาล จะฎีกาตรงมายังศาลฎีกาเลยไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง